• Sun. Jul 3rd, 2022

แนะนำหนังซีรีย์ยอดฮิต 2020

มาตามดูให้จบ ครบทุกเรื่อง ก่อนมูฟออนไปสู่กองทัพซีรีส์เกาหลีอีกมากมายที่กำลังจะตามมา ติดตาม 'โพย Netflix' ตอนใหม่และตอนอื่นๆอีกมากมาย ได้ที่นี่

ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ โซลชาร้องเพลงรอต่อไปเจาะ5ประเด็นแมนยูพ่ายบียาร์เรอัลชวดแชมป์ยูโรปาลีก

ByAntone

May 27, 2021

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องพบกับฤดูกาลแห่งคำว่า “พระรอง” อย่างแท้จริงเมื่อพวกเขาพ่ายแพ้ให้กับ บียาร์เรอัล ในการดวลจุดโทษ 11-10 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 ชวดแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ไปอย่างน่าเสียดาย

สำหรับความแพ้พ่ายในคราวนี้ยังนับว่าเป็นเรื่องที่สุดแสนเจ็บสำหรับ โอเล่ กุนทุ่งนาร์ โซลชา ที่ไม่สามารถนำแชมป์ใบแรกของเขาในฐานะผู้จัดการทีม “ผีแดง” กลับไปตั้งตระหง่านที่ตู้โชว์ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
แม้นี่เป็นความหม่นหมองและน่าผิดหวังสำหรับสาวก “เร้ด อาร์มี่” แต่มันอาจเป็นสัญญาณที่ดีที่กระตุ้นให้ขุนศึก “ภูติผีแดง” ฮึกเหิมสำหรับฤดูกาลใหม่ เนื่องจากว่าถ้าหากกลุ่มมีการเสริมทัพที่ดี งานนี้บางทีก็อาจจะได้มองเห็นอะไรเด็ดๆจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้

1. คาวานี่ คู่ควรอยู่ช่วยแมนยูล่าแชมป์
มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เอดินสัน คาวานี่ เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะได้อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างต่ำอีก 1 ฤดูกาล เนื่องจากว่าผลงานที่สุดยอดของเขาแบบนี้ บอกได้เลยว่ามีคุณประโยชน์กับทัพ “ผีแดง” ในฤดูกาลหน้าเป็นอย่างมาก
ด้วยวัยเข้าหลักเข้าเกณฑ์สามแต่สภาพร่างกายยังคงแข็งแกร่ง สามารถวิ่งหาพื้นที่ว่างเพื่อสร้างโอกาสให้กับตนเองก้าวหน้า และยังคงใช้ประสบการณ์สำหรับเพื่อการกดดันเกมรับ บียาร์เรอัล ได้ตลอด จะมองเห็นได้ว่าตอนที่ “เอล มาทาดอร์” ได้บอล แข้ง “เรือดำน้ำสีเหลือง” ชอบกำเนิดอาการระส่ำระส่ายเลยทีเดียว
สำหรับจังหวะที่ยิงประตูตีเสมอ ชี้ให้เห็นถึงสัญชาตญาณการเป็นหน้าเป้าของ คาวานี่ ด้วยสายตาที่เฉียบคม และความไวสำหรับเพื่อการตามเก็บบอลจังหวะสอง นับว่าเป็นสิ่งที่ “หน้าเป้า” ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้ไม่มีเลย


โชคร้ายที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด ไม่สามารถติดต่อประสานงานกับ คาวานี่ ได้ลงตัวเสมือนหลายๆเกมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทำให้คุณภาพในเกมรุกของ แมนฯ ยูฯ ตัดทอนลงไปเยอะแยะ
อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ คาวานี่ เล่นเหมือนชายหนุ่มวัยกระทงอายุ 24 ปีไม่ใช่ 34 ปี ไม่เหมือนกับ แรชฟอร์ด กับ กรีนวู้ด ที่ฟอร์มพองมากๆที่สำคัญ ยอดแข้งชาวอุรุกวัย ซัดไปแล้ว 5 ประตูจาก 5 เกมในยูโรปา ลีก และรวมเบ็ดเสร็จทุกรายการซัดเบาๆ16 ประตู
โดยเหตุนี้เกิดเรื่องที่ดีเยี่ยมที่ คาวานี่ ขยายคำสัญญาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และมั่นใจว่าเขาจะช่วยนำประสบการณ์และความสามารถที่ล้นเหลือสำหรับเพื่อการช่วยเหลือรุ่นน้องอีกหลายคนให้ความเจริญเล่นเพิ่มมากขึ้น


2. มีปัญหากับลูกตั้งเตะดังเดิม
การที่กลุ่มขาด แฮร์รี่ แม็กแกว่งไกวร์ คุมแนวรับเกิดเรื่องเสียหายหลายแสนจริงๆเนื่องจากว่าปกติตอนที่มีกัปตันกลุ่ม “ผีแดง” ยืนเซนเตอร์แบ็ก กลุ่มก็มีปัญหาเรื่องลูกตั้งเตะ ยิ่งไม่มีเขาอยู่ในกลุ่มปัญหานี้ยิ่งหนักหนารุนแรงจริงๆ
หัวข้อการต่อกรกับลูกเซตพีซของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงฤดูกาลนี้ถือว่าเสื่อมโทรมมากๆและโน่นก็เลยไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยที่ “เร้ด เดวิลส์” ต้องเสียประตูจากการโดนทำร้ายด้วยลูกฟรีคิกของ บียาร์เรอัล


แท็กติกของ อูไน เอเมรี่ ชี้ให้เห็นกระจ่างว่าเน้นเกมตั้งรับ และคอยหาโอกาสจากลูกตั้งเตะ ซึ่งก็มาไปถึงเป้าหมาย เนื่องจากว่าจังหวะที่ ดานี่ ปาเรโฆ่ เปิดบอลโค้งเข้าไปเกือบจะไม่อันตรายเลย แต่เป็นการฝึกมาอย่างดีเนื่องจากว่า เคราร์ด โมเรโน่ วิ่งหนีตัวเกาะติดก่อนขึ้นโหม่งระหว่าง วิคโคนร์ ลินเดอเลิฟ และ เอริค ไบยี่ เข้าประตูไปกล้วยๆ
ปิ้งไรก็ตามจะโยนบาปให้ ลินเดอเลิฟ กับ ไบยี่ ก็มิได้ เนื่องจากว่าในขณะที่ แม็กแกว่งไกวร์ อยู่ดินแดนหลังเขาก็ชอบพลาดสำหรับเพื่อการต่อกรลูกฟรีคิกอยู่บ่อยมาก ยกตัวอย่างในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน, เอซี มิลาน และรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ ที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นต้น


ฉะนั้นนี่เป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่เป็นการบ้านสำคัญของ โอเล่ กุนทุ่งนาร์ โซลชา และกลุ่มสตาฟฟ์ สำหรับเพื่อการที่จะต้องแก้ไขการต่อกรลูกเซตพีซ และหนึ่งในทางแก้ที่คงจะรวดเร็วทันใจและมีประสิทธิภาพที่สุดก็คือการซื้อเซนเตอร์แบ็กชั้นดีมาร่วมทีม !!
3. เอเมรี่ ประกาศอำนาจความเป็นเจ้าพ่อยูโรปา


สำหรับบอลถ้วยใบเล็กยุโรปหลายท่านบางทีก็อาจจะละเลย แต่สำหรับ อูไน เอเมรี่ มันเป็นโทรฟี้ที่มีความหมาย และท้าทายเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากนั้นมันเป็นหนังสือเบิกทางสู่การเข้าไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย
ต้องสารภาพว่า บียาร์เรอัล ชุดนี้มีขุมกำลัง และคุณภาพกลุ่มสู้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มิได้จริงๆแต่สิ่งที่พวกเขามีเหนือกว่า “ผีแดง” ก็คือมันสมองของ เอเมรี่ ไม่ใช่ โซลชา ไม่เก่ง เพียง ผู้จัดการทีมชาวสแปนิช ผ่านประสบการณ์โชกโชนในเกมนัดชิงแบบนี้มามากมาย


จะมองเห็นได้ว่าแท็กติกของ เอเมรี่ เน้นการประคองเกม และใช้ทีมเวิร์กสำหรับเพื่อการสู้กับ แมนฯ ยูฯ โดยพวกเขารู้อยู่แล้วว่าเป็นรองเรื่องความสามารถเฉพาะตัวและความเร็ว แต่การตัดผู้เล่นสำคัญอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ ปอล ป็อกบา ไม่ให้ทำเกมได้สบาย ทำให้เกมบุกของ “เร้ด เดวิลส์” ตื้นไปเลย


4. อัลบิโอล คีย์แมนสำคัญบียาร์เรอัล
ไม่มีผู้ใดปฏิเสธว่าความสำเร็จของ บียาร์เรอัล มาจากการเล่นเป็นทีมเวิร์ก และช่วยเหลือกันขัดขวางไม่ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปั้นเกมรุกที่ถนัดได้ แต่หนึ่งในคีย์แมนที่ทำให้เกมของพวกเขาแน่นแฟ้นก็คือ ราอูล อัลบิโอล ปราการหลังมากประสบการณ์

5. โซลชา ยังต้องคอยการบรรลุเป้าหมายกับแมนยูถัดไป
โซลชา ยังคงต้องคอยการนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะรายการแรกในฐานะผู้จัดการทีมฟุตบอล ถัดไป เนื่องจากว่านี่เป็นนาทีทองของเขาที่จะสร้างชื่อให้กับตนเอง แต่ในที่สุดก็ยังคงเป็นพระรองอยู่ดี


ก็อย่างที่ทราบกๆกันอยู่ “น้าลูกกวาด” บรรลุผลสำเร็จจำนวนมากยุคที่เป็นนักฟุตบอลให้ “ภูติผีแดง” โดยยิ่งไปกว่านั้นไฮไลท์สำคัญเป็นการยอดเยี่ยมในผู้เล่นที่ซัดประตูชัยชนะ บาเยิร์น มิวนิค คว้าชัยชนะยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และช่วยให้กลุ่มเขียนประวัติศาสตร์ในฐานะชมรมที่คว้า “ทริปเบิ้ลแชมป์” ได้อย่างมากใหญ่ในปี 1999
การนำกลุ่มเข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยมี เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ปรมาจารย์ที่สั่งสอนแท็กติกสำหรับเพื่อการวางหมาก นั่งอยู่ในสนามสตาดิโอน เอเนอร์ก้า กดังส์ค เพื่อเป็นพยานสำหรับเพื่อการได้มองเห็นลูกศิษย์ก้นกุฏิ