• Mon. Oct 18th, 2021

แนะนำหนังซีรีย์ยอดฮิต 2020

มาตามดูให้จบ ครบทุกเรื่อง ก่อนมูฟออนไปสู่กองทัพซีรีส์เกาหลีอีกมากมายที่กำลังจะตามมา ติดตาม 'โพย Netflix' ตอนใหม่และตอนอื่นๆอีกมากมาย ได้ที่นี่

รู้จักชีวิตนอกจอ “หนุ่ม กรรชัย” ไม่มีเพื่อน เคยเป็นโรคแพนิคไม่ออกจากบ้าน 1 ปี ล่าสุดเกือบซึมเศร้าเพราะโควิด

ByAntone

Oct 14, 2021

เรียกว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลในประเทศไทยไปแล้วตอนนี้สำหรับ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย”เจ้าพ่อโหนกระแส ในรายการ Woody FM ของ “วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา”

โดยหนุ่มได้เล่าถึงชีวิตการทำงานของตน พร้อมเปิดเผยชีวิตข้างหลังจอทีวีที่ฉากหน้าคนยกให้เป็นผู้มีอำนาจ ทราบทุกเรื่อง เป็นเพื่อนกับคนเกือบทุกแวดวง แต่เบื้องหลังนั้นกลายเป็นผู้ที่ไม่มีเพื่อนพ้อง และก็เคยเป็นโรคแพนิค ไม่ออกมาจากบ้านเลย 1 ปี และก็ปัจจุบันก็เกือบจะเป็นโรคเซื่องซึมเนื่องจากเครียดสะสมจากเหตุการณ์โควิด-19
“หนุ่ม กรรชัย” แสดงให้เห็นว่าเมื่อคุณอยู่กับอะไรเรื่อยๆต่อเนื่องมันเห็นผลลัพธ์แน่ๆ มันเป็นอย่างงั้นหรือเปล่าขอรับ?
“ส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นอย่างงั้น ราวกับคนย้ำคิดย้ำทำก็ได้นะ เป็นประสบการณ์ยังไงมันจะเห็นแล้วก็เอาไปเก็บเกี่ยว ให้รู้สึกว่าสิ่งนี้ต้องทำ สิ่งนี้ไม่ต้องทำ เคยเอาเรื่องคนนี้มาคุยในรายการทำให้เขามองเป็นตัวขบขันทุกคนหัวเราะแต่เขาไม่หัวเราะยังไงอะไรอย่างนี้ พวกนี้ก็เป็นประสบการณ์หมดเลย ก่อนที่จะทำอะไรก็ยกมือขึ้นไหว้ขอโทษเขาก่อนหากว่าทำอะไรที่มันพลาดไป มันจะมีวิธีการต่างๆนานา ที่เพิ่มมาในชีวิตเยอะแยะ”
จำวันแรกที่รายการโหนกระแส ถ่ายทอดได้ไหม?
“วันนั้นตื่นเต้นมากมาย เหมือนกับเรามาดำเนินงานในที่ใหม่ ราวกับเป็นการพิสูจน์ตนเองเช่นกัน ด้วยเหตุว่ามันเป็นของเราแล้ว วันแรกเลยมันต้องหาแขกแน่ๆเรื่องของการทำรายการฮาร์ดทอล์ก ต้องเชิญแขกมาให้ได้ เมื่อไหร่ที่เราได้แขกที่มันเป็นหลักสำคัญที่มันอยู่ในกระแสอยู่ เราพรีเซ็นท์ก่อนผู้ใดกันแน่ เราเป็นคนชนะ วันนั้นผมจำได้เลยเป็นเรื่องของน้องผู้หญิงที่ถูกฆ่าตายแล้วก็หั่นศพ ขั้นตอนการเตรียมงาน ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมันดูเหมือนกับว่าราบรื่นแต่ในปัญหาแต่ละคำทราบเลยว่ามันวน คนดูอาจจะไม่รู้สึกแต่เราทราบ รู้อยู่ตลอดว่าเราถามอะไรบ้าง แล้วเราวนกลับมาที่เดิม คือมันตื่นเต้น ที่ใหม่ ฉากใหม่ เหมือนกับต้องหามอะไรไว้หมดเลย ต้องบอกว่าตื่นเต้นทุกเทปที่ทำแขกรับเชิญ ไม่มีเทปไหนที่จะไม่ตื่นเต้น”
การที่เราทำสัมภาษณ์รายการทีวีมันมีความรู้สึกอะไรบางอย่าง ก่อนที่เราเดินมาในฉากจะทราบเลยว่าวันนี้จะปังไหม เหมือนกับมันเซ้นส์อะไรบางอย่างเป็นอย่างงั้นไหม ?
“ผมจะมิได้คาดหมายในแต่ละเทปเลย เนื่องจากผมนับว่าการคาดหวังในแต่ละครั้ง พอมันมิได้แล้วเศร้าใจ เคยคาดหมายแต่พอเวลาเสร็จปุบปับเทปนี้ต้องดีแน่ต้องโอเคแน่แต่พอไปนั่งเราไม่อาจจะคุมประชาชนได้ ประชาชนไม่เคยออกทีวี ไม่เคยเจอเรา เจอแต่ในโทรทัศน์ พอนับ 5 4 3 2 เขาพูดไม่ได้ เขาตอบมิได้ เราก็ต้องพาไปให้ได้ อันนี้เป็นสิ่งที่เราคาดหมายว่าต้องดีแต่พอถึงเวลามันมิได้

พอมันไปมิได้ จิตใจเวลานี้มันห่วงมากมาย ด้วยเหตุว่าเป็นรายการสดแล้วบางคราวจะมิได้คุยกับแขกรับเชิญก่อนด้วยน้อยเทปมากมายเวลามาถึงแล้วผมจะได้เจอกับเขาก่อน ด้วยเหตุว่าผมต้องอ่านข่าวสารก่อนแล้วถึงได้ไปสัมภาษณ์ ดังนั้นเวลาของผมที่จะคุยกับเขามันไม่มีเลย พอเจอกรณีอย่างนี้ไม่ทราบเขาเป็นอะไร ซึ่งบางครั้งก็อาจจะตื่นกล้อง ตื่นเต้นที่คุยกับเราหรืออะไร ก็ต้องพยายามทำทุกวิถีทางพาไปให้ได้ พอเบรกก็ไปลูบข้างหลัง ช่างเถิดกล่าวราวกับเราเป็นญาติกัน วันนี้คุณต้องกล่าวเพื่อลูกคุณนะ ถ้าหากคุณไม่กล่าวเพื่อลูกคุณไม่มีผู้ใดช่วยได้ ลูกคุณตายไปแล้วเราต้องทวงหนี้ความเป็นธรรมให้ลูกคุณให้ได้ เขาก็จะมีแรงฮึด จำนวนมากถ้าหากแขกที่แบลงก์ในเบรกแรก เบรกสองจะดี เนื่องจากราวกับเราได้ละลายพฤติกรรมกับเขาไปก่อนหรือหลังจากเบรก”

ถ้าหากเลือกได้ 1 คน ที่คุณต้องการสัมภาษณ์สูงที่สุด คนๆนั้นเป็นผู้ใดกันแน่?
“นายกฯ”
ถ้าหากเปรียบเทียบกับทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เคยทำในแวดวงนี่เป็นสิ่งที่ตื่นมาแล้วแฮปปี้สุดไหมในในตอนนี้ ?
“ผมถูกใจที่จะทำอย่างนี้ มันราวกับบางครั้งก็อาจจะยังมีไฟอยู่ แฮปปี้มากมาย แต่ถามว่าเมื่อยล้าไหมโคตรเมื่อยล้าเลย ก่อนหน้าที่ผ่านมาพเราตื่นตี 5 ครึ่งแล้วก็หาข่าวสารเอง มองแหล่งข่าวเอง ได้แขกรับเชิญผมก็จะคุยกับแขกรับเชิญก่อน หลังจากนั้นก็ไปช่องเข้าประชุม ประชุมเสร็จอ่านข่าวสาร อ่านข่าวสารเสร็จต่อด้วยโหนกระแส เป็นชีวิตผมเป็นอย่างนี้แต่ละวัน”
เวลาว่างทำอะไร?
“ดูหนัง มองซีรีส์ เล่นกับมายู เป็นเขาก็จะรู้ว่าตรงเวลาว่างของเรา แต่หากว่าเป็นวันทำงานเขาจะทราบ จะไม่มายุ่งกับเราเลย”
จันทร์-วันศุกร์มีเวลาคุยกับลูกไหม หาเวลาที่ไหน?
“โทร.คุย บางวันผมออกมาจากบ้านแต่เช้า มายูเขาก็ออกไปเรียนหนังสือ ผมก็ไปดำเนินงานไม่เจอกัน จะกลับมาถึงที่หน้าบ้านประมาณ 3-4 ทุ่ม เป็นกลับไปบ้านมายูหลับแล้ว”
สิ่งที่ “หนุ่ม กรรชัย” หวงที่สุดในชีวิต?
“ลูก”

ร้องไห้ครั้งปัจจุบันเมื่อไหร่?
“เร็วๆนี้ จู่ๆมันร้องเอง รู้สึกเก็บกด เป็นมีอาการราวกับคนจะเป็นโรคเซื่องซึม เนื่องจากเครียดเรื่องของโควิด เป็นอยู่กับมันแต่ละวัน สัมภาษณ์ดูเหมือนจะทุกวัน เห็นแต่ละวัน เราหาเตียงให้กับผู้ที่เขาเจ็บป่วยดูเหมือนจะทุกวัน คนก็จะส่งมาหาทุกวิถีทาง เราก็พยายามจนกว่ามาวันหนึ่งรู้สึกไม่ดีที่สุด เป็นมีน้องคนหนึ่งส่งข้อความมาหาแล้วบอกว่าหาเตียงให้แม่หนูหน่อย แม่หนูเป็นโควิดมึงไม่ไหวแล้ว เสร็จแล้วหลังจากที่เขาส่งข้อความมาหาเราแล้ว ผ่านไป 3 ชั่วโมง เราก็พยายามติดต่อ 3 ชั่วโมงให้ข้างหลัง หลังจากที่เราได้เตียงแล้ว เขาส่งมาบอกเราว่าช่างเถิดแล้ว แม่หนูเสียแล้ว ขอบคุณมาก พี่เป็นคนเดียวที่ตอบหนู เรารู้สึกว่าชีวิตผู้คนมันอยู่เพียงแค่ 4 ชั่วโมงเองหรอ มันน่าสยองมากมาย ก็เริ่มนอยด์และก็รู้สึกว่าเราช่วยเขามิได้ รู้สึกว่ามันอินไปหน่อย

อินจนกระทั่งขั้นที่นอนหลับและก็ตื่นมาแล้วสั่น แต่พอลืมตามาเริ่มแรกมันจะเกิดเรื่อง Home Isolation เรื่องผู้เจ็บป่วย มันวิ๊งค์ในหัว ลุกขึ้นยืนมาต้องการร้องไห้แล้วเราก็ไม่ไหว เลยโทรศัพท์ไปหาจิตแพทย์ในทันที ถามแพทย์ผมอาการเป็นอย่างนี้ ไม่อยากกินอะไรมาหลายวัน รู้สึกไม่ได้อยากคุยกับผู้ใดกันแน่ ต้องการอยู่ตามลำพังในที่มืดๆแพทย์เลยบอกว่าถ้าหากเป็นโรคเซื่องซึมมันจะมีทั้งหมด 9 ข้อ ถ้าหากเข้า 5 ข้อจะเป็นโรคเซื่องซึม ของผมไป 4 กว่าๆแล้ว หมอบอกว่าอาการของผมก่อนที่จะเป็นเซื่องซึมจะเข้าสู่ขั้นของวิตกจริตก่อน ผมแทบมิได้นอนเลย แย่มากตอน 10 -20 วันก่อนนี้เอง ในตอนนี้เพิ่งดีขึ้น”
ถ้าหากโควิดหายจากโรคสิ่งแรกที่คุณจะทำเป็น ?
“เที่ยว”
เซ็กส์ของ “หนุ่ม กรรชัย”อยู่ในตอนไหนเต็ม 10 ให้?
“15”
ในบรรดาที่เกิดขึ้นกับประเทศในตอนนี้เรื่องไหนที่ทำให้มีความรู้สึกเศร้าใจทำไมควรเป็นอย่างนี้?
“รู้สึกว่าปัจจุบันนี้มันมีแต่คำว่ารอคอย เราเห็นใจบุคคลอื่น รู้สึกว่าทุกคนรอคอย คอยว่าจะรอดอย่างไร คอยว่าโรคจะหายไปเมื่อไหร่ คอยว่าจะตายไหม จะติดไหม มีแต่คำว่าคอย และก็คอยวัคซีน แล้วชีวิตจะไปอย่างไร”
มาถึงตอนเล่นเกมปัญหา “วู้ดดี้” ได้อ่านใจความที่เป็นความรู้สึกแล้วหนุ่ม กรรชัยเล่าให้ฟังว่าใจความนี้จะเกิดขึ้นในตอนไหนของชีวิต โห! แฮปปี้ที่สุดเลยเว้ย! เกิดมาคุ้มแล้ว! จะระลึกถึงอะไร ?
“ลูกคนนี้ เนื่องจากผมรู้สึกว่าพอมีมายู ผมแฮปปี้มากมายเลย คือมันทำให้ผมมีความคิดว่าทำไมชีวิตกูก่อนหน้านี้มันสารเลวขนาดนี้วะ หากว่ามีลูก มีมายูตั้งแต่ต้น มันอาจดีมากกว่านี้ ชีวิตมันอาจแฮปปี้มากยิ่งกว่าที่มันเคยผ่านมา เคยมีความคิดว่าสมัยก่อนก่อนหน้านี้แฮปปี้มากมายสุดแท้แต่พอเรามีมายู โคตรแฮปปี้กว่าที่เคยแฮปปี้ ดังนั้นมันตอบได้เลยว่า มายูเป็นความสบายของชีวิตผมจริงๆ”
อะไรบ้างในตัว “หนุ่ม กรรชัย” ที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่มีลูก?
“ดูตนเองไม่ค่อยมีความเห็นว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง แต่ตัวผมเองเป็นอย่างนี้มานานแล้ว เพียงแต่ว่าคนบางครั้งก็อาจจะมิได้เห็นตัวตนเราพอๆกับวันนี้ ที่รู้สึกว่าเราเปลี่ยนไป แต่ถ้าหากคนรู้จักกันเรามาก่อน เขาก็จะรู้ว่ามิได้เปลี่ยนแปลง เราเป็นอย่างนี้ จะรู้ว่าแต่ก่อนกับวันนี้เช่นกัน เพียงวันนี้ได้โอกาสที่จะทำมากยิ่งกว่าแต่ก่อนเพียงเท่านั้น เอาง่ายๆเสียงเรามันดังกว่าแต่ก่อน

เวลาเรากล่าวอะไรคนจะฟังมากยิ่งกว่าแต่ก่อน แต่คนชอบดูในสมัยก่อนว่าเราเจ้าชู้ เป็นผู้ที่เกกมะเหรก พอมาวันนี้เขาเห็นรูปธรรมมากยิ่งกว่าแต่ก่อน แล้วพอเรามีลูกเขาก็เห็นว่าเราเปลี่ยนไป แต่จริงๆไม่ใช่ ถามว่าปัจจุบันนี้ผมถูกใจผู้หญิงไหม ผมก็ยังถูกใจ เห็นผู้หญิงสวยๆก็ยังดู เพียงแต่ว่าเราหักห้ามใจเยอะขึ้นเรื่อยๆเพียงเท่านั้น มิได้ราวกับแต่ก่อนที่คุณสวยผมก็เข้าไปจีบเพียงเท่านั้น”
ยังจำตอนเจ้าชู้ได้ไหม ?
“จำได้ ก็คึกคะนองแต่ก่อน พอมาวันนี้เรามีลูกทุกสิ่งก็กลัวไปตกกับลูกสาว กลัวลูกไปเจอผู้ชายอย่างเรา”
ความรู้สึกต่อมา เสร็จแล้วเว้ย! หาทางออกได้แล้ว ระลึกถึงอะไร?
“การทำงาน การทำงานมันมีอะไรให้เราขจัดปัญหาได้แต่ละวัน แล้วจะมีคำนี้แต่ละวัน ดูเหมือนจะทุกวันที่ต้องเจอ”
ความรู้สึกต่อมา ทำไมชีวิตเป็นขนาดนี้ ?
“ก็คงจะเป็นโควิด ในตอนนี้ ทำไมต้องมานั่งใส่หน้ากากอนามัยอ่านข่าวสารด้วย ทำไมจะเดินไปซื้อขนมรับประทานต้องค่อยฉีดแอลกอฮอล์ที่มือด้วย ทำไมคุยกับวู้ดดี้ต้องห่างกันต้องเอากระจกมากั้น จากที่เราเคยกอดกันตอนเจอหน้า วันนี้ทำไมเราทำไม่ได้ จนกระทั่งเป็นความเคยชิน ปัจจุบันนี้ผมอ่านข่าวสารผมปลดหน้ากากแล้วรู้สึกแปลก รู้สึกว่าแปลกตอนเห็นหน้าตนเองในกระจก เนื่องจากชีวิตอยู่เพียงแค่ครึ่งหน้า ปัจจุบันนี้เสริมสวยครึ่งหน้า”
ชีวิต “หนุ่ม กรรชัย” ตลอดการเดินทางตั้งแต่เข้าแวดวงมาจนกระทั่งวันนี้ผ่านมาทุกรูปแบบ ต้องใช้คำว่าหน้าที่ของเรามันควรเป็นกลาง การเป็นสื่อมันมีคำนี้จริงๆไหม?
“มันน้อยมาก อย่างที่เขากล่าวกันบางโอกาสความเป็นกลางมันบางครั้งก็อาจจะไม่ค่อยมี แต่ความเป็นธรรมมันควรมี บางคราวความเป็นกลางถามว่าเราพยายามทำให้มันกลางที่สุด กลางที่สุดเป็นอย่างไร เป็นพยายามฟังทั้ง 2 ฝ่าย แต่ในที่สุดแล้วควรมีความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับผู้ที่เขาสูญเสีย ผู้ที่เขารู้สึกว่าถูกป้ายความผิด”
ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างของ “หนุ่ม กรรชัย” เราเห็นกันหมดแล้ว มีมุมที่เรายังไม่เห็นไหม ?
“ก็มีนะ จริงๆผมเป็นคนไม่ค่อยพูด เกลียดคุยกับผู้ใดกันแน่ ชีวิตประจำวันผมจะอยู่เฉยๆไม่ค่อยได้ไปเที่ยวกับเพื่อนพ้อง ผมไม่มีเพื่อนพ้อง เพื่อนผู้ร่วมการทำงานก็ไม่มี”
“มดดำ”(คชภา ตันเจริญก้าวหน้า) ก็นับว่าเป็นเพื่อร่วมงาน?
“ใช่ ผมก็มิได้โทร.คุยกับมดดำ ยุคเก่าโทร.คุยกันดูเหมือนจะทุกวัน แต่ในช่วงเวลานี้ไม่ค่อยได้คุยกัน มันบางครั้งก็อาจจะเป็นด้วยเหตุว่าต่างคน ต่างมีเวลาเป็นของตนเองที่ต้องไปทำอันอื่น แล้วอีกอย่างหนึ่งเป็นพอมันโตขึ้นทุกสิ่งมันก็อิ่มตัว รู้สึกว่าไม่ต้องไปคุยอะไรกับผู้ใดกันแน่”
แล้วก่อนหน้าที่ผ่านมาคิดอย่างไรเกี่ยวกับการมีเพื่อนพ้อง กับวันนี้ที่มันเปลี่ยนไป ?
“ก็ไม่มีเพื่อนพ้อง ผมเป็นคนไม่มีเพื่อนพ้อง คำว่าเพื่อนพ้องของวู้ดดี้มันเป็นอย่างไร คู่หู เพื่อนพ้องที่แบบมีอะไรโทร.คุยกัน กินข้าวกัน ไปท่องรัตติกาล ผมไม่มี ไม่ค่อยคุยกับผู้ใดกันแน่ บอกเลยว่าให้ผมกักบริเวณ 14 วัน หรืออยู่เฉยๆผมก็อยู่ได้ ไม่ทราบสึกทรมาทรกรรม ชีวิตผมเคยไม่ออกมาจากบ้านมาปีหนึ่ง ไม่ออกไปไหนเลยก็เคยอยู่”
เวลานี้เป็นกำเนิดอะไรขึ้น ?
“ถ้าหากปัจจุบันเขาเรียกว่าเป็นแพนิค (Panic Disorder) ผมไม่ออกมาจากบ้านเลยปีหนึ่ง ที่จำได้เลยขับขี่รถออกไปแล้วมันติดอยู่กลางถนนหนทาง จู่ๆหัวใจเต้น ปั้กๆๆๆแล้วตัวชาตลอดตัว รู้สึกว่าจะตาย หวิวๆทิ้งรถเลย แล้วโทรศัพท์ให้ผู้ที่บ้านมารับไปหาแพทย์ หลังจากนั้นเป็นอย่างนี้ทุกคราว ขับขี่รถมิได้

ผมสระผม สระผมเสร็จมานอนคิดโน่นนี่สักพักวูบตัวชาตลอดตัวใจสั่น หายใจไม่ถนัด เข้าโรงพยาบาลไม่กล้าสระผมประมาณ 7-8 เดือน ไม่สระผมเลยกลัวจะเป็นอีก ไม่กล้าออกมาจากบ้าน ไม่กล้าอยู่บนรถ ไม่กล้าทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ฉี่ไม่สุด หายใจก็ต้องถอนหายใจอย่างนี้ มันเป็นเยอะแยะ ผมเป็นมานานแล้ว เมื่อ 10 กว่าปีได้”
ได้ฟัง “หนุ่ม กรรชัย” ชี้แจงอาการแพนิค ทำเอา “วู้ดดี้” ร้องไห้พร้อมพรั่งพรูความรู้สึกของตัวเองออกมาว่าตนมีอาการเช่นนี้เช่นเดียวกัน เป็นมา 2 ปีแล้วยังไม่หาย ตอนกลับไปอยู่ที่บ้านมาจะถามตนเองว่าทำไมมันต้องเกิดขึ้นกับเรา บางโอกาสนั่งสัมภาษณ์อยู่แล้วมันก็มา พยายามจะหาแพทย์หาทางออกต่างๆรู้สึกทำไมตนเองไม่มีความสามารถสำหรับในการออกไปเจอคนเหมือนเดิม ผมเพียงแค่ต้องการจะอยู่แต่บ้าน แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมควรเป็นเรา ที่ร้องไห้เนื่องจากรู้สึกว่าเรามิได้เป็นคนเดียว หนุ่ม กรรชัย และก็คนอื่นรอบตัวเราคนไม่ใช่น้อยก็เคยเป็น

แล้วหลังจากนั้น “วู้ดดี้” ก็ถามหนุ่มก้าวผ่านมาได้อย่างไร แล้วตอนปีนั้นมันทรมาทรกรรมแค่ไหน ?
“โห โคตรทรมาทรกรรม อย่างที่บอกอยู่ดีๆก็ตัวชา หายใจมิได้ ใจสั่นราวกับหัวใจจะหลุด ร่างกายมันเป็นทุกสิ่ง มันเป็นโรคกลัวตาย แต่จะบอกวู้ดดี้ไว้อย่างหนึ่งโรคนี้ไม่เคยทำให้ผู้ใดกันแน่ตาย ไม่มีผู้ใดตายเนื่องจากโรคนี้ อยู่บ้านมาปีกว่าจนกระทั่งในที่สุดไปหาแพทย์จิตเวช ก่อนหน้าที่ผ่านมาไม่เคยไปหาเลย 1 ปี เนื่องจากไม่อยากกินยา จนกระทั่งในที่สุดรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ด้วยเหตุว่าต้องการออกมาจากบ้าน ต้องการไปเที่ยว ต้องการไปเจอผู้หญิง

ในที่สุดไปหาแพทย์ คุณหมอก็ให้ยามาถุงหนึ่งคุณหนุ่มรับประทานยาตัวนี้นะ แล้วอีกปีหนึ่งคุณหนุ่มจะออกมาจากบ้านได้ ผมออกมารู้สึกไม่ไหวแล้ว ก็เอายานั่นทิ้งถังที่มีไว้เพื่อใส่ขยะ รู้สึกในใจว่า ขอโทษนะที่มาหาเนื่องจากต้องการออกมาจากบ้าน