• Mon. Jun 27th, 2022

แนะนำหนังซีรีย์ยอดฮิต 2020

มาตามดูให้จบ ครบทุกเรื่อง ก่อนมูฟออนไปสู่กองทัพซีรีส์เกาหลีอีกมากมายที่กำลังจะตามมา ติดตาม 'โพย Netflix' ตอนใหม่และตอนอื่นๆอีกมากมาย ได้ที่นี่

‘วันงดดูดบุหรี่โลก’ 31 เดือนพฤษภาคม เผยยุควัววิดคนประเทศไทยดูดน้อยลง 49.12%

ByAntone

Jun 1, 2021

“วันงดสูบบุหรี่โลก” ตรงกับวันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี ชักชวนเช็คสถิติต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์การสูบ “บุหรี่” ในประเทศไทย โดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่าแรงงานไทยบริโภคยาสูบน้อยลง 49.12%

เนื่องใน “วันงดสูบบุหรี่โลก” ที่ตรงกับวันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี ชักชวนคนประเทศไทยมารู้จะสถิติต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์ “บุหรี่” ไม่ว่าจะเป็นปริมาณนักดูด จำนวนการบริโภคยาสูบในประเทศไทย และก็ปัจจุบัน.. จะพาไปดูผลจากการสำรวจการสูบบุหรี่กรุ๊ปแรงงานในตอนโควิด-19 ระบาด กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เก็บข้อมูลมาให้รู้กัน ดังนี้

1. คนประเทศไทยสูบบุหรี่น้อยลง ตอน “โควิด-19” ระบาด ปี 2564
มีข้อมูลอัพเดทจากศูนย์วิจัยและก็จัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เผยออกมาว่า ศจย. ร่วมกับ “สวนดุสิตโพล” ได้กระทำการสำรวจเรื่อง “พฤติกรรมด้านการบริโภคยาสูบของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในตอนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19” ในกรุงเทพมหานคร และก็ปริมณฑล เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2564
โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ใช้แรงงานนอกระบบ/ในระบบ ปริมาณ 1,120 แบบอย่าง (ตัวอย่างเช่น มอเตอร์ไซด์รับจ้าง แท็กซี่ งานบ้าน เกษตร ประมง โรงงานอุตสาหกรรม โฮเต็ล ร้านค้า)

ผลสำรวจพฤติกรรมด้านการบริโภคยาสูบในตอนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่า

• ผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบในจำนวนน้อยลง เพราะรายได้น้อยลงเยอะที่สุด จำนวนร้อยละ 49.12

• รองลงมาคือ ลดบุหรี่เพราะเหตุว่ามีค่าใช้จ่ายมากขึ้น จำนวนร้อยละ 29.57

• ชั้นสามคือลดบุหรี่เพื่ออยากดูแลสุขภาพ จำนวนร้อยละ 16.29 เป็นลำดับ
โดยความถี่สำหรับเพื่อการบริโภคยาสูบ พบว่า กลุ่มผู้ใช้แรงงานบริโภคยาสูบเยอะที่สุด 6-10 มวนต่อวัน, รองลงมาชั้นสองหมายถึง11-15 มวนต่อวัน ส่วนชั้นสามหมายถึง1-5 มวนต่อวัน
ด้าน “กรรมวิธีการเลิกบริโภคยาสูบ” ที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานได้วางแผนไว้ ผลจากการสำรวจพบว่า จำนวนมากใช้วิธีลดปริมาณมวนบุหรี่ลง เยอะที่สุด จำนวนร้อยละ 57.63 รองลงมาคือหยุดดูดโดยทันที (หักดิบ) จำนวนร้อยละ 34.41 และก็รับคำชี้แนะเพื่อเลิกบุหรี่ จำนวนร้อยละ 3.39

2. สถิติการบริโภคยาสูบของคนประเทศไทย ปี 2563
สภาพัฒน์ฯ รายงานสถานการณ์ดื่มสุราและก็สูบบุหรี่ เมื่อตอนไตรมาส 3 ในปี 2563 บอกว่า คนประเทศไทยบริโภคเหล้าและก็ยาสูบน้อยลง 5.5% โดยเหล้าน้อยลง 7.5% ยาสูบน้อยลง 2.5%
ด้านคณะกรรมการควบคุมสินค้ายาสูบแห่งชาติ และก็เลขาการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เผยออกมาว่า ยาสูบและก็เหล้าเป็นสาเหตุของ “ภาระหน้าที่โรค” สร้างความสูญเสียทางสุขภาพจากการเจ็บป่วยและก็เสียชีวิตของคนประเทศไทยถึง 15.13% หรือเกือบจะ 1 ใน 6 ของภาระหน้าที่โรคทั้งสิ้นในปี 2557
ยิ่งไปกว่านี้ยังมีผลลบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และก็สังคม อีกทั้งระดับครัวเรือน ชุมชน และก็ประเทศ เป็นอุปสรรคต่อการประสบผลสำเร็จการพัฒนาที่ยืนยงขององค์การสหประชาชาติ (อ่านเพิ่ม : สภาพัฒน์ฯ เปิดเผยไตรมาส 3/63 คนประเทศไทยดื่มเหล้า สูบบุหรี่น้อยลง)

3. สถิติปริมาณนักดูด พบว่าน้อยลงแต่ไม่มากมาย
ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติ มีรายงานความประพฤติการสูบบุหรี่และก็การดื่มสุราของประชากร พ.ศ. 2560 (ข้อมูลปัจจุบันมีถึงปี 2560 แค่นั้น) โดยบอกว่าประชากรไทยที่แก่ 15 ปี มีทั้งสิ้น 55.9 ล้านคน เป็นคนที่สูบบุหรี่หน้าใหม่ 10.7 ล้านคน (จำนวนร้อยละ 19.1) แยกเป็น
• คนที่ดูดบ่อยๆ 9.4 ล้านคน (จำนวนร้อยละ 16.8)
• คนที่ดูดนานๆครั้ง 1.3 ล้านคน (จำนวนร้อยละ 2.3)
– ประชากรกรุ๊ปเยาวชนอายุ 16-19 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ต่ำสุด จำนวนร้อยละ 9.7
– ประชากรอายุ 20-24 ปี อัตราการสูบบุหรี่ จำนวนร้อยละ 20.7
– ประชากรอายุ 25-44 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่สูงสุด จำนวนร้อยละ 21.9
– ประชากรอายุ 45-59 ปี อัตราการสูบบุหรี่ จำนวนร้อยละ 19.1
– ประชากรกรุ๊ปผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อัตราการสูบบุหรี่ จำนวนร้อยละ 14.4
แนวโน้มการสูบบุหรี่ในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป น้อยลงไม่มากมาย แต่น้อยลงโดยตลอด จากจำนวนร้อยละ 20.7 ในปี 2557 เป็นจำนวนร้อยละ 19.9 ในปี 2558 และก็จำนวนร้อยละ 19.1 ในปี 2560
เพศชายที่สูบบุหรี่น้อยลงมากยิ่งกว่าสตรี โดยเพศชายน้อยลง จำนวนร้อยละ 40.5 ในปี 2557 เป็นจำนวนร้อยละ 39.3 ในปี 2558 และก็จำนวนร้อยละ 37.7 ในปี 2560 สำหรับสตรีน้อยลงจากจำนวนร้อยละ 2.2 ในปี 2557 เป็นจำนวนร้อยละ 1.8 ในปี 2558 และก็จำนวนร้อยละ 1.7 ในปี 2560
อีกทั้ง มีข้อมูลที่ได้รับมาจากแผนกแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ทำรายงานสำรวจสาเหตุการตายจากบุหรี่ในปี 2560 ที่ผ่านมา พบว่า คนประเทศไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 72,656 ราย ส่งผลให้เกิดค่าสูญเสียด้านเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น ค่ารักษาปีละ 77,626 ล้านบาท ค่าขาดรายได้จากการเจ็บป่วย 11,762 ล้านบาท ค่าความสูญเสียจากการตายก่อนวัยฯ 131,073 ล้าน รวมปีละ 220,461 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 20,565 บาท ต่อผู้สูบบุหรี่ 1 คนต่อปี

buri1

4. “วันงดสูบบุหรี่โลก” 2564 รณรงค์ เลิกดูด ลดเสี่ยง คุณทำเป็น
กระทรวงสาธารณสุข เชิญประชาชนร่วมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก 31 เดือนพฤษภาคม 2564 “เลิกดูด ลดเสี่ยง คุณทำเป็น” เพื่อเกื้อหนุนให้เลิกดูดสินค้ายาสูบทุกหมวดหมู่ ลดการเสี่ยงการรับเชื้อ ลดแพร่กระจายเชื้อโควิด-19
องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้วันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี เป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก” และก็ปีนี้ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า “COMMIT TO QUIT” เพื่อ 180 ประเทศสมาชิกสนับสนุนเชิงแนวทาง และก็ดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจถึงอันตรายและก็ภัยร้ายของบุหรี่ทุกหมวดหมู่ เกื้อหนุนให้ผู้สูบบุหรี่ทั้งโลกเลิกบุหรี่ให้ได้ 100 ล้านคน
สำหรับประเทศไทย ได้กำหนดประเด็นเน้นย้ำติดต่อไปยังประชาชน ภายใต้คำขวัญ “เลิกดูด ลดเสี่ยง คุณทำเป็น” เพราะในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 พบว่า ความประพฤติการ “สูบบุหรี่” นับว่าเป็นความประพฤติเสี่ยง เพิ่มโอกาสรับเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อโควิดได้ มีรายงานเจอผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 มีประวัติการสูบบุหรี่หรือบุหรี่กระแสไฟฟ้า จำนวนมากมักมีสุขภาพปอดไม่แข็งแรง ทำให้มีลักษณะอาการร้ายแรง และก็เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้

กระทรวงสาธารณสุข ขอเชิญผู้สูบบุหรี่หันมาเลิกบุหรี่ ซึ่งทาง สธ. ได้จัดโครงงานระบบบริการเลิกบุหรี่แบบครบวงจร ช่วยคนที่อยากเลิกบุหรี่เข้าถึงบริการและก็รับคำขอความเห็น โทรฟรีสายด่วนเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ โทร.1600
———————–
อ้างอิง :
ศูนย์วิจัยและก็จัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ
สำนักงานสถิติแห่งชาติ1
สำนักงานสถิติแห่งชาติ2
กระทรวงสาธารณสุข