• Sat. Jan 22nd, 2022

แนะนำหนังซีรีย์ยอดฮิต 2020

มาตามดูให้จบ ครบทุกเรื่อง ก่อนมูฟออนไปสู่กองทัพซีรีส์เกาหลีอีกมากมายที่กำลังจะตามมา ติดตาม 'โพย Netflix' ตอนใหม่และตอนอื่นๆอีกมากมาย ได้ที่นี่

Month: April 2020

  • Home
  • My Engineer มีช็อป มีเกียร์ มีเมียรึยังวะ

My Engineer มีช็อป มีเกียร์ มีเมียรึยังวะ

เรื่องย่อ My Engineer มีช็อป มีเกียร์ มีเมียรึยังวะ “บ่น” ชายหนุ่มวิศวะแบดบอยหน้าหล่อ ที่ดันเผลอไปชอบ “เดือน” รุ่นน้องหล่อใสแสนซื่อจากภาควิชาแพทยศาสตร์ โดยที่บ่นกำหนดเงื่อนไขบางอย่างขึ้นมาเพื่อใช้แทนคำกล่าวขอโทษของเดือน กับข้อแม้ที่ว่า “โทษฐานที่มึงทำหน้าหล่อๆของฉันเป็นแผล ถึงจะเป็นเรื่องรู้ผิดก็เหอะ แต่ว่าต่อแต่นี้ไปตรงเวลา 1 เดือน มึงจำเป็นต้องซื้อดอกไม้จากเด็กขายดอกไม้ข้างทางมาให้ฉัน เอามาให้ด้วยตัวเองนะ ทุกเช้าตรู่…ฉันจะรออยู่ที่ลานเกียร์” โดยที่ตัวบ่นเองเป็นไปไม่ได้รู้เลยว่า ตั้งแต่วินาทีนั้น เดือนได้เปิดประตูหัวใจของเขา และเบาๆก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ.. My Engineer มีช็อป มีเกียร์ มีเมียรึยังวะ “ราม” ชายหนุ่มวิศวะลูกครึ่งจอมนิ่ง ที่ไม่ชอบกล่าวชอบจากับผู้ใดกันแน่ ถ้าไม่สนิทกันจริงๆกล่าวได้ว่านี่แหละคือคำนิยามของคำว่า “ขรึม” ขนานแท้ และเนื่องจากความแปลกแบบเฉพาะตัวของเขานี่แหละ ที่ดันไปเตะตารุ่นพี่หน้าหล่อภาควิชาเดียวกันอย่าง “คิง” คนที่เก่งไปซะทุกเรื่อง แถมยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ช่างเจรจาพูดเก่ง และรู้เรื่องความรู้สึกของคนอื่นๆไปเสียหมด จึงถึงเวลาที่คนเทวดาๆอย่างคิง จำเป็นต้องมาทำสารคดีเกี่ยวกับไอ้หล่อจอมนิ่งอย่างรามแล้วล่ะสิ และเนื่องจากแบบงั้นเองทำให้คิงพึงพอใจรุ่นน้องคนนี้มากมายเป็นพิเศษ มากมายจนความพอใจแปลงเป็นความชื่นชอบ และความชื่นชอบเบาๆผันแปรเป็นความรัก และด้วย “ความแตกต่าง อย่างลงตัว” ของทั้งสอง ก็ทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเขาเบาๆหายไปทีละนิด เหลือแค่หัวใจสองดวงที่เต้นแรงขึ้นขณะเข้าใกล้กันแค่นั้น! ติดตามความเพลิดเพลินได้ในซีรีส์เรื่อง My Engineer มีช็อป มีเกียร์ มีเมียรึยังวะ ทาง WeTV อัปเดทตอนใหม่วันแล้ววันเล่าเสาร์ เวลา 20.00 น. พิเศษสำหรับสมาชิก VIP:มองล่วงหน้า 2 ตอน เริ่ม 14 มี.ค. 2563 นี้ My Engineer มีช็อป มีเกียร์ มีเมียรึยังวะ

game of thrones season 8 ภาคจบอันยิ่งใหญ่

ดู game of thrones season 8 ที่ผลิตโดย HBO ซึ่งฉายรอบรอบปฐมฤกษ์ช่วงวันที่ 14 เมษายน 2019 และได้ข้อสรุปในวันที่ 19 พฤษภาคม 2019 ซึ่งต่างจากฤดูกาลแรกหกครั้งซึ่งมีตอนสิบตอนและเวลาที่เจ็ด ซึ่งมีเวลาที่เจ็ดเวลาที่แปดมีเพียงหกตอนแค่นั้น การกลับมาของซีซั่น 8 ซึ่งเป็นซีซั่นสุดท้ายและมีปริมาณตอนต่ำที่สุดเพียง 6 ตอนแค่นั้น ถือเป็นการจบสิ้นซีรีส์ที่ซึ่งพูดได้ว่าดังมากที่สุดอันนึงในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ครับ เมื่อทุกคนมีศัตรูด้วยกัน จากการขัดกัน ทำลายล้างกันแบบบ้าระห่ำ ก็จะต้องหันมาจับมือต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด การต่อสู้ครั้งนี้มีความมีชีวิตรอดของมนุษย์เป็นพนัน และถ้าเกิดพ่ายแพ้ก็อาจไม่เหลือมงกุฎให้ชิงกันอีกต่อไป…

รีวิว ผีชีวะ 5 Review Resident Evil: Retribution

ผีชีวะ 5 อลิซ กลับมาอีกครั้ง ด้วยสเกลหนังที่ใหญ่กว่าเดิม… แล้วก็ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมนิดเดียว คนไหนกันแน่กันเล่าจะไปคาดหมายว่าหนังจากเกมส์โด่งดังอย่าง Resident Evil ที่เปิดตัวคราวแรกในโรงหนังเมื่อปี 2002 ซึ่งได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง จะยกระดับจากหนังอิสระ กลายมาเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ฟอร์มยักษ์ได้ รายได้ในแต่ละภาคก็มีแต่จะสูงเอาๆได้กำไรเอาๆผู้สร้างก็ต้องการจะทำออกมาเรื่อยๆจนถึงมาถึงภาคที่ 5 ในชื่อตอนว่า Resident Evil: Retribution ซึ่งหลังจากได้สัมผัสด้วยตามาแล้วในระบบ 3 มิติ ก็มาเขียนวิภาควิจารณ์ให้อ่านกันเสียหน่อย เรื่องราวในภาคนี้จะต่อจากเหตุการณ์ในภาคที่ 4 (Resident Evil: Afterlife) แทบในทันที หลังจากสาวน้อยน่าพิศวง อลิซ (ไม่ล่า โยโอ้อวดวิช) ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตบนเรือทดลองออกมาได้ ก็จะต้องมาปะทะกับกองกำลังแห่งอัมเบลล่า ที่นำกองทัพมาโดย จิล วาเลนไทน์ (เซียนน่า กิลลอยร์) ในแทบในทันที Review Resident Evil: Retribution กองทัพอัมเบลล่า ไล่ถล่มผู้รอดชีวิต แล้วก็อลิซ แบบไม่มีคำว่าปราณี จนถึงอลิซ ถูกแรงระเบิด จากการสู้รบ ตกลงสู่ท้องทะเล แต่แล้วดูเหมือนกับว่าเรื่องราวทั้งปวงของเธอ (อลิซ) ดูเหมือนจะเป็นเพียงแต่ความฝัน ด้วยเหตุว่าหลังจากที่เธอตกลงสู่ท้องทะเล เธอก็เหมือนจะตื่นขึ้นในบ้าน พร้อมชีวิตครอบครัวที่แสนอบอุ่น กับสามีที่เค้าหน้าเหมือน คาร์ลอส โอลิเวียร่า อย่างยิ่ง (ดารานำชายใน ภาค 2 แล้วก็ 3) พร้อมทั้ง ลูกสาวสุดสวยอย่าง เบ็กกี้ Review Resident Evil: Retribution ทุกสิ่งดูดีไปหมด จวบจนกระทั่ง เมืองที่เธออาศัยอยู่โดนโจมตีจาก ผีดิบซอมบี้กระหายเลือด ในขณะที่เธอกำลังเสียเชิงกับซอมบี้ตัวนึง (สามีของเธออ่ะล่ะ) เธอ ก็จะต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในสภาพแก้ผ้า ที่สำคัญคือ เธอถูกจองจำเป็นผู้ต้องขังในองค์กรอัมเบลล่า (Inception ปล่าวหว่า) จวบจนกระทั่งเธอได้รับการช่วยเหลือให้หนีออกมาได้ จากการช่วยเหลือของสปายสาว เอด้า หว่อง (ลี ปิงปิง) ที่ถูกส่งตัวมาโดยศัตรูตัวฉกาจของ อลิซ จากภาคที่แล้วอย่าง อัลเบิร์ต เวสเกอร์ (ชอว์น โรเบิร์ต) ให้มาช่วยเหลือเธอ พร้อมทั้งกองกำลังติดอาวุธสุดเข้มแข็งอย่าง นำโดย เลออน เอส เคเนดี้ (โจฮัน เฮิร์บ) กางร์รี่ เบอร์ตัน (เควิน ดูแรนด์) แล้วก็ ลูเธอร์ เวสต์ (บอริส คอดโจ) นักแสดงผู้รอดชีวิตจากภาคที่แล้ว Review…

รีวิว ขุนพันธ์ 2 หนังภาคต่อ ดุดัน

ขุนพันธ์ 2 เมื่อกฎหมายที่ตนเองศรัทธาโจมตีจนกระทั่งถูกพักราชการ ขุนพันธรักษ์ราชบารมี (อนันดา เอเวอริงหมูแฮม) ก็เลยตกลงใจเล่นนอกกฎด้วยการแทรกซึมเข้าไปอยู่ในพวกกลุ่มโจรเชิ้ตดำที่ทรงอิทธิพลที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรีนำโดย เสือฝ้าย (พ.อ. วันชนะ สวัสดี) และเสือไบ (อารักษ์ อมรศุภศิริ) จนกระทั่งอุดมการณ์ตำรวจถูกสั่นคลอนด้วยคำสัตย์ของโจร และเวลาเดียวกันทางการตำรวจก็ส่ง อัศวิน (นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์) นายตำรวจชายหนุ่มนักเรียนนอกไฟแรงมาประจำที่จังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อปราบพวกเหล่าโจรเรียกศรัทธาจากพลเมือง และยิ่งขุนพันธ์อยู่กับมิจฉาชีพนานเท่าใดเบื้องหน้าเบื้องหลังสกปรกในแวดวงตำรวจก็ยิ่งถูกขุดขึ้นมาจนกระทั่งท้ายที่สุดขุนพันธ์ต้องเลือกว่าจะอยู่ข้างมิจฉาชีพที่เป็นดังวีรบุรุษหรือเข้าข้างตำรวจที่ชั่วมากกว่าผู้กระทำผิดกฎหมาย ข้างหลังห่างหายไป 2 ปีในที่สุด ก้องเกียรติ โขมศิริ ก็ได้เวลานำขุนพันธ์ ๒ ออกฉาย แม้ว่าเสียงวิภาควิจารณ์ของภาคแรกจะออกมาแบบก้ำกึ่ง เป็นเสียงส่วนใหญ่ก็บอกว่าหนังสนุกสนานดีแต่บทหนังดูเหมือนจะมั่วนิ่มมากและซีจีเข้าขั้นโคม่า ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่าการแสดงและการวางแบบติดอยู่แรกเตอร์ตัวละครที่เด่นเป็นจุดแข็งสำคัญของหนังภาคแรก ซึ่งก็น่าดีใจที่ ก้องเกียรติ ยังคงสานต่อข้อดีของหนังภาคแรก แถมยังกลับมาเล่นใหญ่กว่าเดิมเพราะว่าต้องเล่าเรื่องราวของตัวละครใหม่ที่มีเรื่องมีราวราวของตนเองอีกทั้ง เสือฝ้าย และ เสือไบ ที่ดีไซน์มาอย่างโก้จนกระทั่งผู้พันเบิร์ดและเป้ อารักษ์ ได้ควงปืนเล่นฉากแอ็คชั่นสุดเว่อร์วังได้ระดับน้องๆหนังวีรบุรุษมาร์เวลเลย แถมพัฒนางานวิธีด้านภาพให้สมศักดิ์ศรีหนังเกี่ยวกับคาถาอาคม แนบเนียนขึ่้นมาก และบทหนังยังสร้างใจความสำคัญที่น่าสนใจอีกทั้งเรื่องของคำสัตย์สาบานในกลุ่มมิจฉาชีพ และการต่อสู้ในใจของขุนพันธ์เองว่าเขายังคงเป็นตำรวจหรือเปล่าสร้างความเข้นข้นให้เรื่องราวน่าสนใจอยู่เสมอ 2 ชั่วโมงของหนัง ยิ่งไปกว่านี้หนังยังวางแบบตัวละครแวดล้อมได้น่าสนใจดีท้้ง อัศวิน นายตำรวจที่ถูกไฟคลอกจนกระทั่งต้องเปลี่ยนร่างเป็น เรด สกัล เอ้ย..เป็นมนุษย์หน้ากากมองน่าสะพรึงกลัวเหมือนกับอาชญากรหลุดมาจากหนังวีรบุรุษมาร์เวล หรือจะเป็นบรรดาตัวละครผู้หญิงอีกทั้ง บุศรา (ก้อย รัชวินทร์ วงศิวิริยะ) มาเฟียสาวผู้ครอบครองบาร์สุราเขตปลอดกฎหมายก็ให้อารมณ์นางนกต่อทรงเสน่ห์สุดอันตราย และ ทับทิม (แสง ภาวิไล) แฟนของเสื้อไบที่มีภูมิหลังแสนโศกสลด ก็สร้างสีสันได้เป็นอย่างดีจนกระทั่งทำให้ขุนพันธ์ ๒ กลายเป็นหนังที่อุดมด้วยตัวละครที่ถูกดีไซน์มาอย่างน่าสนใจมากมายก่ายกองเดินไปเดินมาในเรื่อง แม้ว่าสุดท้ายจะกลายเป็นภาระหน้าที่ที่บทหนังยังคงไม่อาจจะเล่าเรื่องได้พอดีเท่าไรนักแต่ว่าขั้นต่ำคราวนี้ก้องเกียรติก็ไม่ได้ให้พวกเราเสียเวล่ำเวลามองฉาก เซนๆอย่าง “ศึกนี้อยู่ที่หัวใจ” อันเป็นของแสลงจากหนังภาคแรกแล้ว จุดที่ยังคงบกพร่องอย่างน่าเสียดายดังเช่นเดิมอาจหนีไม่พ้นว่า ผ่านมาภาค 2 แล้วพวกเราก็ยังไม่ได้รู้จัก ขุนพันธ์ ดีมากยิ่งกว่าเดิมนัก เพราะว่าแม้ว่าประวัติของท่านจะแพร่หลายแต่ว่าในเชิงสื่อภาพยนตร์พวกเราก็ต้องการทราบจะตัวละครนี้มากกว่าแค่สถานะ ตำรวจผู้เก่งคาถาอาคม โดยมียังมีจุดที่หนังไม่ให้ความสนใจที่จะสำรวจอีกทั้งทัศนคติของตนเองต่อกฎหมายในมือมาเฟีย หรือแม้กระทั่งว่าอะไรที่หล่อหลอมให้แด่ท่านมาพอใจเรื่องเวทมนตร์ก็จะมีส่วนช่วยให้พวกเรารู้จักตัวละครและอยากลุ้นกับภารกิจต่างๆมากขึ้น แต่กลับไปเล่าเรื่องราวของเสือไบเป็นตุเป็นตะจนกระทั่งพวกเรารู้จักเรื่องราวของมหามิจฉาชีพมากกว่าตัวพระเอกเองเสียอีก แม้จะเต็มไปด้วยรอยแผลในระหว่างทางแต่ว่าขั้นต่ำ ขุนพันธ์ ๒ ก็ยังมีมนตร์มากพอจะมีผลให้คนดูสนุกสนานไปกัยหนังได้ตลอดความยาว 2 ชั่วโมง 10 นาที หนังก็สามารถเอนเตอร์เทนพวกเราด้วยฉากแอ็คชั่นมันๆติดอยู่แรกเตอร์โก้ๆของเสือไบของ เป้ อารักษ์ และหน้างามๆของ ก้อย รัชวินทร์และ แม็กกี้ แสง แค่นี้ก็เพลิดเพลินจนกระทั่งลืมเวลาแล้วครับ Khun Phun 2 ขุนพันธ์ 2