รีวิว ผีชีวะ 5 Review Resident Evil: Retribution

ผีชีวะ 5 อลิซ กลับมาอีกครั้ง ด้วยสเกลหนังที่ใหญ่กว่าเดิม… แล้วก็ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมนิดเดียว คนไหนกันแน่กันเล่าจะไปคาดหมายว่าหนังจากเกมส์โด่งดังอย่าง Resident Evil ที่เปิดตัวคราวแรกในโรงหนังเมื่อปี 2002 ซึ่งได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง จะยกระดับจากหนังอิสระ กลายมาเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ฟอร์มยักษ์ได้ รายได้ในแต่ละภาคก็มีแต่จะสูงเอาๆได้กำไรเอาๆผู้สร้างก็ต้องการจะทำออกมาเรื่อยๆจนถึงมาถึงภาคที่ 5 ในชื่อตอนว่า Resident Evil: Retribution ซึ่งหลังจากได้สัมผัสด้วยตามาแล้วในระบบ 3 มิติ ก็มาเขียนวิภาควิจารณ์ให้อ่านกันเสียหน่อย เรื่องราวในภาคนี้จะต่อจากเหตุการณ์ในภาคที่ 4 (Resident Evil: Afterlife) แทบในทันที หลังจากสาวน้อยน่าพิศวง อลิซ (ไม่ล่า โยโอ้อวดวิช) ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตบนเรือทดลองออกมาได้ ก็จะต้องมาปะทะกับกองกำลังแห่งอัมเบลล่า ที่นำกองทัพมาโดย จิล วาเลนไทน์ (เซียนน่า กิลลอยร์) ในแทบในทันที Review Resident Evil: Retribution กองทัพอัมเบลล่า ไล่ถล่มผู้รอดชีวิต แล้วก็อลิซ แบบไม่มีคำว่าปราณี จนถึงอลิซ ถูกแรงระเบิด จากการสู้รบ ตกลงสู่ท้องทะเล แต่แล้วดูเหมือนกับว่าเรื่องราวทั้งปวงของเธอ (อลิซ) ดูเหมือนจะเป็นเพียงแต่ความฝัน ด้วยเหตุว่าหลังจากที่เธอตกลงสู่ท้องทะเล เธอก็เหมือนจะตื่นขึ้นในบ้าน พร้อมชีวิตครอบครัวที่แสนอบอุ่น กับสามีที่เค้าหน้าเหมือน คาร์ลอส โอลิเวียร่า อย่างยิ่ง (ดารานำชายใน ภาค 2 แล้วก็ 3) พร้อมทั้ง ลูกสาวสุดสวยอย่าง เบ็กกี้ Review Resident Evil: Retribution ทุกสิ่งดูดีไปหมด จวบจนกระทั่ง เมืองที่เธออาศัยอยู่โดนโจมตีจาก ผีดิบซอมบี้กระหายเลือด ในขณะที่เธอกำลังเสียเชิงกับซอมบี้ตัวนึง (สามีของเธออ่ะล่ะ) เธอ ก็จะต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในสภาพแก้ผ้า ที่สำคัญคือ เธอถูกจองจำเป็นผู้ต้องขังในองค์กรอัมเบลล่า (Inception ปล่าวหว่า) จวบจนกระทั่งเธอได้รับการช่วยเหลือให้หนีออกมาได้ จากการช่วยเหลือของสปายสาว เอด้า หว่อง (ลี ปิงปิง) ที่ถูกส่งตัวมาโดยศัตรูตัวฉกาจของ อลิซ จากภาคที่แล้วอย่าง อัลเบิร์ต เวสเกอร์ (ชอว์น โรเบิร์ต) ให้มาช่วยเหลือเธอ พร้อมทั้งกองกำลังติดอาวุธสุดเข้มแข็งอย่าง นำโดย เลออน เอส เคเนดี้ (โจฮัน เฮิร์บ) กางร์รี่ เบอร์ตัน (เควิน ดูแรนด์) แล้วก็ ลูเธอร์ เวสต์ (บอริส คอดโจ) นักแสดงผู้รอดชีวิตจากภาคที่แล้ว Review Resident Evil: Retribution เรื่องราวเริ่มเข้มข้น เมื่อ อลิซ พร้อมเพื่อนใหม่แล้วก็ ลูกสาวในฝันที่เธอได้เจอจริงๆจะต้องหนีจากการตามล่าของ จิล แล้วก็เหล่ากองกำลังทหารที่เหมือนจะเป็นเพื่อนเธอจากภาคแรกๆอย่าง เรน (มิเชล รอดิเกวซ) แล้วก็ เหล่าซอมบี้ สัตว์ทดลอง กระหายเลือด แล้วเธอจะทำเป็นเสร็จไหม ไปติดตามดูนะครับ ว่ากันตามเรื้อผ้า ตัวหนัง Resident Evil: Retribution ถือเป็นภาคที่เปิดตัวออกมาได้ดิบได้ดีสุดๆแล้ว ในแฟรนไชน์นี้นะครับ เรื่องราวก็โอเค กว่าภาคก่อนหน้าที่ผ่านมาอย่างยิ่ง หลังจากภาคก่อนๆเราจะได้มองเห็น อลิซ เก่งกระจายอย่างเดียว แต่สำหรับภาคนี้ไม่ใช่ Review Resident Evil: Retribution อลิซ ลดความเทวดาลงมา (นิดนึง -*-) เสริมมิติการแสดงอันบรรเจิดของ ไม่ล่า เข้าไปอีก ซึ่งผมถูกใจมากมายๆกับการที่เธอจะต้องรอดูแล เด็กน้อยที่เรียกเธอว่าแม่ ถึงแม้อลิซ จะมีความเห็นว่านั้นเป็นเพียงแต่ความฝัน แต่ก็เพิ่มมิติของนักแสดงอลิซ ได้อย่างยิ่งโข มากกว่าที่ผ่านๆมา ซึ่งภาคก่อนหน้าจะมีเพียงแต่อลิซ โชว์บู๊แอคชั่น ไม่ได้แสดงถึงซีนอารมณ์อะไรใดๆก็ตามทั้งมวล Review Resident Evil: Retribution แล้วก็ขอแสดงความเสียใจกับมิตรรักแฟนเกมส์ด้วย (ผมด้วย T^T) แม้ว่าจะมีการดึงเอา เอด้า หว่อง,เลออน เอส เคเนดี้ แล้วก็ กางร์รี่ เบอร์ตัน นักแสดงระดับเทวดาของเกมส์ มาขึ้นจอใหญ่ แต่ก็มาเป็นตัวประกอบเสียมากกว่า เอด้า ที่สวมบทโดย ลี ปิงปิง เดิมดูเหมือนจะดี แต่บทก็มาแผ่วๆเธอให้เบาลงในช่วงกลางๆเรื่อง (ถูกจับ) ซึ่งมันทำใจไม่ได้ตรงที่ว่า สรรพคุณที่เล่าถึงตัวเธอคือ ยอดเยี่ยมสายลับนักฆ่าชั้น 1 แต่ถูกจับง่ายดายมากเลยเสียเชิงง่ายอย่างยิ่งการแสดงของ ลี ปิงปิง ดูเหมือนจะอ่อนหวานไป ไม่เหมือนกับ เอด้า ในเกมส์เลยซักนิด (อันนั้นออกจะเปรี้ยวมากมายๆ) Review Resident Evil: Retribution […]

Read More

รีวิว ขุนพันธ์ 2 หนังภาคต่อ ดุดัน

ขุนพันธ์ 2 เมื่อกฎหมายที่ตนเองศรัทธาโจมตีจนกระทั่งถูกพักราชการ ขุนพันธรักษ์ราชบารมี (อนันดา เอเวอริงหมูแฮม) ก็เลยตกลงใจเล่นนอกกฎด้วยการแทรกซึมเข้าไปอยู่ในพวกกลุ่มโจรเชิ้ตดำที่ทรงอิทธิพลที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรีนำโดย เสือฝ้าย (พ.อ. วันชนะ สวัสดี) และเสือไบ (อารักษ์ อมรศุภศิริ) จนกระทั่งอุดมการณ์ตำรวจถูกสั่นคลอนด้วยคำสัตย์ของโจร และเวลาเดียวกันทางการตำรวจก็ส่ง อัศวิน (นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์) นายตำรวจชายหนุ่มนักเรียนนอกไฟแรงมาประจำที่จังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อปราบพวกเหล่าโจรเรียกศรัทธาจากพลเมือง และยิ่งขุนพันธ์อยู่กับมิจฉาชีพนานเท่าใดเบื้องหน้าเบื้องหลังสกปรกในแวดวงตำรวจก็ยิ่งถูกขุดขึ้นมาจนกระทั่งท้ายที่สุดขุนพันธ์ต้องเลือกว่าจะอยู่ข้างมิจฉาชีพที่เป็นดังวีรบุรุษหรือเข้าข้างตำรวจที่ชั่วมากกว่าผู้กระทำผิดกฎหมาย ข้างหลังห่างหายไป 2 ปีในที่สุด ก้องเกียรติ โขมศิริ ก็ได้เวลานำขุนพันธ์ ๒ ออกฉาย แม้ว่าเสียงวิภาควิจารณ์ของภาคแรกจะออกมาแบบก้ำกึ่ง เป็นเสียงส่วนใหญ่ก็บอกว่าหนังสนุกสนานดีแต่บทหนังดูเหมือนจะมั่วนิ่มมากและซีจีเข้าขั้นโคม่า ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่าการแสดงและการวางแบบติดอยู่แรกเตอร์ตัวละครที่เด่นเป็นจุดแข็งสำคัญของหนังภาคแรก ซึ่งก็น่าดีใจที่ ก้องเกียรติ ยังคงสานต่อข้อดีของหนังภาคแรก แถมยังกลับมาเล่นใหญ่กว่าเดิมเพราะว่าต้องเล่าเรื่องราวของตัวละครใหม่ที่มีเรื่องมีราวราวของตนเองอีกทั้ง เสือฝ้าย และ เสือไบ ที่ดีไซน์มาอย่างโก้จนกระทั่งผู้พันเบิร์ดและเป้ อารักษ์ ได้ควงปืนเล่นฉากแอ็คชั่นสุดเว่อร์วังได้ระดับน้องๆหนังวีรบุรุษมาร์เวลเลย แถมพัฒนางานวิธีด้านภาพให้สมศักดิ์ศรีหนังเกี่ยวกับคาถาอาคม แนบเนียนขึ่้นมาก และบทหนังยังสร้างใจความสำคัญที่น่าสนใจอีกทั้งเรื่องของคำสัตย์สาบานในกลุ่มมิจฉาชีพ และการต่อสู้ในใจของขุนพันธ์เองว่าเขายังคงเป็นตำรวจหรือเปล่าสร้างความเข้นข้นให้เรื่องราวน่าสนใจอยู่เสมอ 2 ชั่วโมงของหนัง ยิ่งไปกว่านี้หนังยังวางแบบตัวละครแวดล้อมได้น่าสนใจดีท้้ง อัศวิน นายตำรวจที่ถูกไฟคลอกจนกระทั่งต้องเปลี่ยนร่างเป็น เรด สกัล เอ้ย..เป็นมนุษย์หน้ากากมองน่าสะพรึงกลัวเหมือนกับอาชญากรหลุดมาจากหนังวีรบุรุษมาร์เวล หรือจะเป็นบรรดาตัวละครผู้หญิงอีกทั้ง บุศรา (ก้อย รัชวินทร์ วงศิวิริยะ) มาเฟียสาวผู้ครอบครองบาร์สุราเขตปลอดกฎหมายก็ให้อารมณ์นางนกต่อทรงเสน่ห์สุดอันตราย และ ทับทิม (แสง ภาวิไล) แฟนของเสื้อไบที่มีภูมิหลังแสนโศกสลด ก็สร้างสีสันได้เป็นอย่างดีจนกระทั่งทำให้ขุนพันธ์ ๒ กลายเป็นหนังที่อุดมด้วยตัวละครที่ถูกดีไซน์มาอย่างน่าสนใจมากมายก่ายกองเดินไปเดินมาในเรื่อง แม้ว่าสุดท้ายจะกลายเป็นภาระหน้าที่ที่บทหนังยังคงไม่อาจจะเล่าเรื่องได้พอดีเท่าไรนักแต่ว่าขั้นต่ำคราวนี้ก้องเกียรติก็ไม่ได้ให้พวกเราเสียเวล่ำเวลามองฉาก เซนๆอย่าง “ศึกนี้อยู่ที่หัวใจ” อันเป็นของแสลงจากหนังภาคแรกแล้ว จุดที่ยังคงบกพร่องอย่างน่าเสียดายดังเช่นเดิมอาจหนีไม่พ้นว่า ผ่านมาภาค 2 แล้วพวกเราก็ยังไม่ได้รู้จัก ขุนพันธ์ ดีมากยิ่งกว่าเดิมนัก เพราะว่าแม้ว่าประวัติของท่านจะแพร่หลายแต่ว่าในเชิงสื่อภาพยนตร์พวกเราก็ต้องการทราบจะตัวละครนี้มากกว่าแค่สถานะ ตำรวจผู้เก่งคาถาอาคม โดยมียังมีจุดที่หนังไม่ให้ความสนใจที่จะสำรวจอีกทั้งทัศนคติของตนเองต่อกฎหมายในมือมาเฟีย หรือแม้กระทั่งว่าอะไรที่หล่อหลอมให้แด่ท่านมาพอใจเรื่องเวทมนตร์ก็จะมีส่วนช่วยให้พวกเรารู้จักตัวละครและอยากลุ้นกับภารกิจต่างๆมากขึ้น แต่กลับไปเล่าเรื่องราวของเสือไบเป็นตุเป็นตะจนกระทั่งพวกเรารู้จักเรื่องราวของมหามิจฉาชีพมากกว่าตัวพระเอกเองเสียอีก แม้จะเต็มไปด้วยรอยแผลในระหว่างทางแต่ว่าขั้นต่ำ ขุนพันธ์ ๒ ก็ยังมีมนตร์มากพอจะมีผลให้คนดูสนุกสนานไปกัยหนังได้ตลอดความยาว 2 ชั่วโมง 10 นาที หนังก็สามารถเอนเตอร์เทนพวกเราด้วยฉากแอ็คชั่นมันๆติดอยู่แรกเตอร์โก้ๆของเสือไบของ เป้ อารักษ์ และหน้างามๆของ ก้อย รัชวินทร์และ แม็กกี้ แสง แค่นี้ก็เพลิดเพลินจนกระทั่งลืมเวลาแล้วครับ

Read More

รีวิวหนัง the maze runner 2

the maze runner 2  “The Maze Runner” ภาคแรกนั้นเป็นหนังแนววัยรุ่นในโลกดิสโทเปียที่ส่วนตัวชอบพอเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่ก่อนฉายเรื่องนี้ออกจะเป็นหนังนอกสายตาแล้วก็สเกลหนังออกจะเล็กมากยิ่งกว่าหนังแนวเดียวกัน ที่ถูกใจภาคแรกมากมายก็เพราะว่ามันมีทั้งยังอารมณ์ความลุ้นระทึก ความระแวง จะขาดก็แต่อารมณ์โรแมนติก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา กลับทำให้ The Maze Runner มองต่างจากหนังแนวเดียวกันเรื่องอื่นที่มักมีเรื่องมีราวความรักเข้ามาเป็นแกนหลัก ที่สำคัญ The Maze Runner ยังมีใจความสำคัญเจาะลึกไปโดยตรงถึงความคิดแล้วก็ภาวะจิตใจของ “วัยรุ่น” โดยตรง ที่ตกอยู่ในภาวะต้องตกลงใจว่าจะวาดอนาคตตัวเองไปในแนวทางใด ส่วนตัวนิยามว่า The Maze Runner ภาคแรกเป็นหนังที่สอนจิตวิทยาวัยรุ่นชั้นยอดได้เลย “Maze Runner: The Scorch Trials” เป็นการสานต่อจาก “The Maze Runner” ซึ่งด้วยการบรรลุเป้าหมายแบบเกินคาดจากภาคแรก ทำให้ภาคนี้ได้ทุนสร้างมากขึ้นเท่าตัว แล้วก็พาไปพบเรื่องราวในสเกลที่ใหญ่มากยิ่งกว่ามากขึ้นภาคนี้ “Thomas” (Dylan O’Brien) แล้วก็ผองเพื่อนฝูงที่หนีออกจากวงกตในภาคแรกมาได้สำเร็จ ต้องเจอข้อเท็จจริงว่า โลกข้างนอกนั้นเป็นโลกที่กำลังล่มสลาย เมื่อลมพายุสุริยะทำให้คนในโรคมีอาการป่วยด้วย “ไข้วาบ” แล้วก็มีภาวะไม่แตกต่างจากซอมบี้ ทางรอดเดียวของโลกอาจอยู่ที่พวกเขา เหล่าเด็กวัยรุ่นซึ่งมีภูมิต้านทานไข้วาบ ซึ่งเพราะฉะนี้นี่เองทำให้ […]

Read More

game of thrones season 8

แฟนคลับบางคนอาจจะกำลังไล่ดูตั้งแต่ Season 1-7 ทุกตอนอยู่เลยก็ว่าได้ เพื่อเป็นการทวนว่ามีสถานะการณ์สำคัญๆอะไรเกิดขึ้นบ้าง game of thrones season 8 แต่ว่าสำหรับแฟนคลับบางคนที่ขี้คร้านไปพบดู หรือใครกันแน่ที่ยังไม่เคยดู เรามีไกด์พิเศษมาชี้แนะ คุณสามารถดูตอนพวกนี้ รวมทั้งรู้เรื่องราวหรือสถานะการณ์สำคัญๆต่างๆอย่างโดยย่อ ไม่ว่าจะใครกันแน่ตาย ใครกันแน่พวกไหน หรือกำเนิดอะไรขึ้นบ้าง เท่านั้นก็พอเพียงที่จะไปรับดูมหาศึกชิงบัลลังก์ Game of Thrones Season 8 แล้ว

Read More

เว็บดูหนังออนไลน์เต็มเรื่องปี 2019 อัพเดททุกวัน

เว็บไซต์ดู หนังออนไลน์2019เต็มเรื่อง เต็มเรื่องซูมชนโรง ดูหนัง HD บรรยายไทย ซับไทย รองรับ PC TV IPhone IPad Android ดูหนังฟรีเต็มเรื่อง ภาพยนต์ชัด Free Movie Online 4K ทางเราจะอุตสาหะหาหนังที่ท่านไม่เคยดูมาให้โดยย้ำประสิทธิภาพและความมากมายหลายให้แก่คุณได้รับดู ไม่ได้มีเพียงเท่านี้แต่ว่าทางเรายังรับหาหนังให้สมาชิกเพียงขอหนังกับเราทางแฟนเพจเฟสบุ๊ค หรือ ไลน์แอด ทางเราจะจัดหามาให้ไม่เกิน24ชั่วโมง

Read More

john wick 1 รีวิวหนัง เดี่ยวมือหนึ่ง

หลังจากถ่ายหนังชุด The Matrix คีอานู รีฟส์ ก็วนเวียนอยู่กับหนังดราม่ารวมทั้งแฟนตาซีเป็นส่วนมาก มีจับปืนบ้างใน Constantine ปี 2005 ก่อนที่จะมาเล่นภาพยนตร์แอ็คชั่นยิงกันใน Street Kings เมื่อปี2008 และก็หยุดจากบทบู๊ยาวๆก่อนที่จะหันไปจับกระบี่ใน 47 Ronin ที่ฉายเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่ค่อยบรรลุความสำเร็จเท่าไร ผู้คนจำนวนมากเริ่มดูแคลนว่า คีอานู รีฟส์ บางทีอาจไม่เหมาะกับหนังแอ็คชั่นอีกต่อไป แถมผลงานในช่วง10ปีที่ล่วงเลยไปไม่ว่าแนวไหนก็ไม่ค่อยมีเรื่องน่าจดจำเลย กระนั้นในปี 2014 เขาก็กลับมาอีกรอบกับบทมือสังหารระดับพระกาฬในภาพยนตร์เรื่อง john wick 1 รายละเอียดของ John Wick เล่าถึง จอห์น วิค นักฆ่าชั้น1ของวงการมือสังหารที่ออกจากวังวนแห่งการฆ่าไปดำรงชีวิตอย่างสงบเงียบนานยาวนานหลายปี เขาพึ่งจะเสียใจจากการจากไปอย่างคิดไม่ถึงของภรรยาสาว เธอรู้ตัวว่าป่วยไข้จึงวางแผนส่งหมามาอยู่เป็นเพื่อนเขาข้างหลังเธอตาย จอห์น เริ่มกระปรี้กระเปร่าขึ้นบ้าง แม้กระนั้นแล้ววันถัดมาก็มีชายวัยรุ่นกับพวกบุกเข้ามาในบ้าน ทำร้ายร้างกายเขา ก่อนที่จะฉกรถยนต์คันงามไป ทว่าสิ่งที่ทรามที่สุดคือพวกมันฆ่าหมาของเขาตาย จอห์น วิค หวนมาจับปืนอีกรอบด้วยความโกรธเคืองถึงระดับสูงสุด เขาออกฝ่าโดดเดี่ยวตามล่าคนที่ฆ่าหมาของเขาซึ่งเป็นลูกชายของ วิกหรูหรา หัวหน้าแก๊งค์รัสเซียผู้มีอิทธิพลรวมทั้งเป็นอดีตผู้จ้างวานของเขาเอง วิกหรูหรา รู้ดีถึงความน่าสยองของ จอห์น จึงสั่งระดมคนปกป้องลูกชายพร้อมตั้งค่าหัวเขาเพื่อให้มือสังหารชั้นหนึ่งบุคคลอื่นมาช่วยกันจัดแจง มือสังหารในตำนาน พล็อตของหนังง่ายมาก บทไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่เสียเวลาพูดเพ้อเจ้อทำเพลงให้มากความ เทนํ้าหนักให้ฉากแอ็คชั่นเป็นส่วนมากซึ่งจะต้องกล่าวว่ามันมากมาย ทำออกมาได้ถึง ซีนดวลปืนดุเดือดเลือดพล่าน เสียงดังสนั่น การต่อสู้มือเปล่าก็ร้ายแรง สะใจคนถูกใจหนังบู๊ ดนตรีประกอบเร้าอารมณ์กับบรรยากาศดิบรุนแรง คอสตูมมีสีเดียวคือดำ เลือดสาดพอควร แม้กระนั้นไม่ถึงกับน่าแหวะ อีกอย่างที่โดดเด่นคือรถยนต์ที่นำมาประกอบฉาก แต่ละคันโดนใจคนถูกใจรถยนต์คลาสสิกมากมายๆ หนังมีส่วนที่เกินจริงไปบ้าง ไม่สมเหตุผลบ้าง (อย่าถามหาตำรวจ ยิงกันขนาดนี้เสียงหวอไม่มีสักแอะ) กระนั้นความโอเวอร์ของมันนี่ล่ะที่สร้างความสนุกสนานร่าเริง นับเป็นหนังอาชญากรรมที่สนุกสนานที่สุดในรอบยาวนานหลายปี เทียบได้กับภาพยนตร์แอ็คชั่นในตำนานอย่าง Taken แม้กระนั้นที่ถูกใจเสริมเติมคือการผลิตโลกของมืดปืนที่ดาร์ครวมทั้งคูลสุดๆอาทิเช่น เหรียญทองที่ใช้จ่ายกันเฉพาะวงใน กลุ่มเก็บศพมืออาชีพ บังกะโลมือสังหาร รวมทั้ง กฏเหล็กของวงการ ทั้งหมดนี้จะต้องยกความดีความชอบให้กับฝีมือการแสดงของ คีนู รีฟส์ ที่เจ๋งสุดๆมาดเท่กับชุดสูท ลุคไว้เครากับผมยาวบางทีอาจไม่ได้ต่างอะไรจาก 47 Ronin เท่าไร แม้กระนั้นในเรื่องนี้เขาสร้างคาแร็กเตอร์ใหม่ที่น่าจดจำกว่า ถือเป็นการคืนฟอร์มแบบมีสไตล์มากมาย อีกคนที่เด่นรองมาคือ ไมเคิล นีควิสต์ เล่นเป็นตัวร้ายที่มีหลายมิติดี John Wick คือการฉายโดดเดี่ยวของ คีนู รีฟส์ ที่น่าดึงดูด ถึงจะพอคาดเดาเรื่องได้ แม้กระนั้นก็ยังมีผลให้พวกเราลุ้นตามรวมทั้งเอาใจช่วยได้ตลอด ไม่ถึงกับเพอร์เฟ็กต์สมบูรณ์พร้อม แม้กระนั้นถ้ามองดูข้างช่องโหว่ยิบย่อยไป ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานของเขาที่ไม่ควรพลาด คะแนน 8/10

Read More

รีวิวหนัง อเวนเจอร์ 1

รีวิว The Avengers อเวนเจอร์1 | ซูเปอร์ฮีโร่ต่างประเภทมาร่วมกันสู้ หลังจากที่พวกเราเคยสนุกสนานกับหนังซูเปอร์ฮีโร่จาก Marvel Studios มาหลายตัว ครั้งนี้มารวมกันในนาม The Avengers ประมือเหล่าอสุรีร้าย ไม่อาจจะอดทนคอยไปเป็นเวลายาวนานกว่านี้ได้แล้ว ภายหลัง “The Avengers” เข้าฉายในประเทศไทยวันแรกเป็นวันแรงงานแห่งชาติ วันหยุดของคนไม่ใช่น้อย ทำให้ทุกคนเฮโลกันเข้าโรงภาพยนต์แล้วออกมาทวีตกันเป็นแถว ในที่สุดก็ต้องไปดูในโรงด้วยตัวเองให้ได้ …ในวันนี้ The Avengers ดิ เอเวนพบร์ส | เมื่อซูเปอร์ฮีโร่ต่างประเภทต้องมาร่วมกันสู้ หลังจากที่พวกเราเคยสนุกสนานกับหนังซูเปอร์ฮีโร่จาก Marvel Studios มาหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Iron Man, Hulk, Thor, Captain America แล้วก็อีกหลายฮีโร่ ซึ่งแต่ละเรื่องก็ได้รับผลตอบรับที่ดีจากแฟนหนัง ครั้งนี้ มาถึงเวลาของการร่วมกันต่อสู้เหล่าอาชญากรกันบ้าง ดูซิว่า เขาจะเอาซูเปอร์ฮีโร่ที่ต่างก็มีแคแรคเตอร์ของตน แถมอยู่กันต่างยุคต่างเวลามารวมตัวกันได้อย่างไร เรียกได้ว่า Marvel Studios วางหมากมาอย่างดีเยี่ยม ที่จะไม่ทำให้เรื่องย่อยของซูเปอร์ฮีโร่แต่ละตัวกำเนิดอาการแป้กก่อนถึงวันรวมพลัง ผิดกับอีกฟากฝั่งอย่างแจ่มแจ้ง ภายหลังปูพื้นกันมาหลายเรื่อง ที่พวกเราจะพบในตอนหลังเครดิตด้านหลังว่า มีผู้ชายผิวดำมีตาข้างเดียว รอเดินมาหาชักชวนไปทำโน่นทำนี่ แล้วครั้งนี้เขาก็ได้เปลี่ยนเป็นนักแสดงสำคัญในเรื่องพลาดท่า เขาเป็น Nick Fury (Samuel L. Jackson) ผู้ร่วมตั้งโปรเจ็กต์ “ดิ เอเวนพบร์ส” ขึ้น แม้กระนั้นเมื่อคนเก่งมารวมกันมันย่อมไม่ใช้ว่าจะง่าย ความเย่อหยิ่งทะนงในความรู้ความเข้าใจ ลักษณะท่าทางของคนที่ไม่ค่อยทำงานเป็นทีม ทำให้การรวมตัวกันเป็นครั้งแรกเปลี่ยนเป็นปัญหาที่สำคัญของโปรเจ็กต์นี้ Joss Whedon แล้วก็พวกพากเพียรเกลี่ยบทเต็มกำลังเพื่อไม่ให้คนใดกันแน่เด่นกว่าคนใดกันแน่ ทุกตัวย่อมจะมีลักษณะท่าทางเฉพาะที่สะดุดตาของตัวละตัว ยิ่งไปกว่านี้ก็จะมีขณะที่เด่นๆของตนในหนัง ไม่มากไป ไม่น้อยไป การมีแง่มุมด้านลึกของนักแสดงเข้ามาบ้าง ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนดูอินในนักแสดงแล้วก็ติดตามเอาใจช่วยได้มาก เว้นแต่ความไม่ถูกชะตากันของซูเปอร์ฮีโร่บางตัวแล้ว ก็ยังมีเรื่องมีราวความคลางแคลงสงสัย อันเป็นอาการของผู้ฉลาดทั่วไปที่อยากจะผู้ทรยศขึ้นมานิดๆในประเด็นนี้ก็มีด้วยเช่นกัน เมื่อถูกเรียกตัวมาเพื่อรวมพลังกันประมือกับเหล่าร้ายผู้มาจากนอกโลก พวกเขาบางบุคคลเริ่มไม่มั่นใจว่าตนจะได้ข้อมูลครบ หรืออาจถูกปกปิดอยู่ แม้กระนั้นจุดมุ่งหมายของภารกิจก็ไม่ใช่สิ่งที่จะละจากมันไปได้เช่นกัน แล้วก็เมื่อซูเปอร์ฮีโร่ที่ต่างเผ่าพันธุ์กันมากเกิน ก็อาจก่อให้คนจำนวนไม่น้อยตะขิดตะขวงในความกลมกลืนของแต่ละตัวในหนังเรื่องเดียวกันได้ หากว่านักเขียนจะพากเพียรยิ่งที่จะเกลี่ยให้บทมันเข้ากันได้แล้ว เชื่อว่า คนจำนวนไม่น้อยก็บางครั้งอาจจะยังรับมันไม่ได้อยู่ดี สำหรับผม มีความเห็นว่าเขาเกลี่ยบทก้าวหน้า พร้อมด้วยยังใส่มุขฮาๆเข้าไปมากพอที่จะทำให้คนดูอารมณ์ดีสลับกับการลุ้นในฉากต่อสู้ได้อย่างลงตัว สำหรับฉากแอ็คชั่นนั้นก็มีตั้งแม้กระนั้นเริ่มไปจนถึงด้านหลังเรื่อง ตัดสลับด้วยฉากเดินเรื่องเป็นช่วงๆก็แค่ช่วงท้าย พวกเราจะได้ลุ้นกันมันๆยาวๆหน่อยเท่านั้นเอง ช่วงเวลาที่งานทางเทคนิคพิเศษเนียนดี เคล็ดวิธีภาพ 3 มิติในโรง RealD 3D นับว่าโอเคแม้จะไม่มากมายนักก็ตาม ที่สำคัญเป็น ควรจะดูฉากเพิ่มอีกข้างหลังเครดิตชื่อดาราหนังด้วยนะ ก่อนที่จะออกจากโรง โดยรวม ผมสนุกสนานแล้วก็มันมากกับหนังต้มยำซูเปอร์ฮีโร่ประเด็นนี้นะ จบปะ

Read More

อเวนเจอร์ 3

อเวนเจอร์ 3  คงมีคนอีกหลายๆคนรอดูกันครับผมสำหรับหนังรวมซุเปอร์วีรบุรุษที่สร้างปรากฎการณ์ยอดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้าถล่มทลาย รวมทั้งท้ายที่สุดก็เข้าฉายเสียรู้ แล้วผลออกมาจะเป็นเยี่ยงไรไปดูกันเลย…… หนังประเด็นนี้ก็เล่าราวของเหล่าอเวนพบร์ที่ยังคงจะต้องคุ้มครองปกป้องโลกจากอันตรายครั้งใหญ่ที่เกินกว่าที่ซุปเปอร์วีรบุรุษผู้เดียวจะจัดการได้ อันตรายครั้งใหม่นั้นมาจากเงามืดของจักรวาล ‘ทานอส’ จอมบงการที่จักรวาล จุดมุ่งหมายของเขาเป็นการรวบรวมเพชรนิลจินดา อินฟินิตี้สโตนส์อีกทั้งหก เพื่อถือครองพลังที่เกินจะจินตนาการถึง แล้วก็ใช้พวกมันสำหรับเพื่อการเปลี่ยนความเป็นจริงทั้งสิ้นของจักรวาล ทุกสิ่งที่อเวนพบร์ต่อสู้มาก็เพื่อสิ่งนี้ แล้วก็โชคชะตาของโลกและก็จักรวาลไม่เคยโหยกเหยกเท่านี้มาก่อน จุดเด่น– ผู้แสดงมีมิติทุกตัว มีเด่นๆมากไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Spider-Man ที่ดูไม่ดีงซีนสุดๆเมื่อปรากฎบนหน้าจอ อาทิเช่นฉากคุยกับดร. สตีเฟ่น– ฉากแอคชั่นมองมันตามสไตล์ผู้กำกับการ Russo แล้วก็อลังมากมาย ราวกับมอง 300+Harry Potter+Saving Private Ryan เลยอ่ะ (ไม่เคยทราบมีผู้ใดกันแน่จินตนาการออกรึปล่าวนะ55)– Thanos มองน่าเคารพแล้วก็ชั่วร้ายมากมาย และก็มีมิติกว่าตัวร้ายเรื่องอื่นๆที่มาเวลเคยปู้ยี่ปู้ยำ– หนังมีหลากอารมณ์มากมาย อีกทั้งมัน ทั้งยังขบขัน ทั้งยังซึ้ง ซึ่งหายากมากมายในหนังซุเปอร์วีรบุรุษ (หากไม่นับ Wonder Woman)– CG ทำเป็นดีในหลายฉาก และไม่มองตบตาเสมือนเรื่องอื่นๆก่อนหน้าที่ผ่านมา จุดด้วย– ดนตรีประกอบไม่ค่อยตื่นเต้นซักเท่าไหร่ (เว้นเสียแต่ Theme Song รู้สึกขนลุกมากมาย) สรุปถ้าเกิดคุณเป็นแฟนตัวยงหรือเป็นเพียงแค่ผู้ชมหนังธรรมดา ก็ไปดูเถิดนะครับ หนังสนุกสนานรวมทั้งอิ่มมากมายๆยิ่งหากได้มองแบบ IMAX นี่อรรถรสจะยิ่งมากขึ้นสองเท่าขอรับ

Read More

Game Of Thrones Season 4 มหาศึกชิงบัลลังก์ ปี 4

หนึ่งในปริศนาแรกที่แฟนคลับมีเมื่อไปสู่ฤดูกาลที่ 4 ของGame of Thronesเดี๋ยวนี้การแสดงได้แปลงเป็นการปรากฏดังที่ได้กล่าวมาแล้วหรือเปล่าไม่ว่ามันจะเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามจาก The Red Wedding ของฤดูที่แล้วไหม ในขณะที่ขาดความกรุณาปรานีนั้นได้มองเห็นความห่อเหี่ยวจิตใจและก็การตายแล้วก็เขย่าเกมให้กับ Iron Throne เป็นอย่างมาก รวมทั้งมันก็มิได้เป็นสิ่งที่เขียนโดย George RR Martin ภายหลังฤดูกาลที่ 2 ของกางล็กวอเตอร์มันเป็นการแสดงถึงความนิยมชมชอบสำหรับเพื่อการแสดงฉากท้ายที่สุด (ตามขนบธรรมเนียมประเพณีเรียกว่าในตอนที่ 9) ซึ่งเป็นสเกลกลเม็ดในช่วงฤดูกาล มันน่าประหลาดใจมากมายทีเดียวที่จะหาแล้วที่ฤดูกาล 4 จานออกเท่ากันของตนเองของฝนตกลงของ Castamere เรียกสมรสสีม่วงในตอนนี้มองเห็นการถึงแก่กรรมของในหลวงดูแล Joffrey Baratheon รวมทั้งความเคลื่อนไหว powerplay หากแม้อย่างเป็นจริงเป็นจังในGame of Thrones เพื่อความชอบใจของคนเขียนหนังสือประเด็นนี้มาจาก George RR Martin คนเขียนสิ่งนี้ในตอนสุดท้ายของซีรีส์ สิงโตแล้วก็กุหลาบบรรลุเป้าหมายสำหรับในการสร้างความเครียดจากสถานะการณ์ที่ดูเหมือนกับว่าผ่อนคลายความเครียดและก็ความเครียดที่เห็นได้ชัดก็ปรากฏขึ้นและก็จัดตั้งกระทั่งมันจะระเบิดด้วยดวงตาของ Joffrey กลายเป็นสีม่วงและก็ราชาล้มลงในอ้อมกอดของ Cersei แม่ของเขาร้องออกมาช่วยเป็นหนสุดท้าย โน่นเป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่มากมายมันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่การพัฒนานี้จะเกิดขึ้นเมื่อขณะที่สองวางกรอบ Tyrion Lannister รวมทั้งเพิ่มเติมเชื้อเพลิงให้กับการทดสอบที่ไหลผ่านที่เหลือของฤดู Game Of Thrones Season 4 มหาศึกชิงบัลลังก์ ปี 4 สิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงเกิดขึ้นในฤดูกาล 4 รวมทั้งดังที่กล่าวไว้ข้างต้นความสวยของพวกเขาเป็นพวกเขามิได้ถูกรักษาไว้สำหรับ“ ขณะที่ 9” ถ้ามีสิ่งใดในขณะที่ 9 ของเวลานี้เป็นเลิศในข้อด้อยที่สุดในซีรีส์ในทางของราคาการกระตุ้นที่ให้ แม้กระนั้นความแข็งแกร่งที่สุดในทางของภาพ (ยัง) มันมีเต็มต้นแบบการจู่โจม / ต่อสู้ระหว่างกล้าแล้วก็คืนนาฬิกาชื่อเล่นชื่อหลังจากนั้นจากฯ – ฟังเพลงบนกำแพง ทั้งยังฤดูสร้างการขัดกันขึ้นมาเมื่อจอนสโนว์แทรกซึมเข้าไปในนั้นก่อนแล้วจึงทรยศหักหลังพวก Wildlings รวมทั้งกลับไปพบพี่ชายของเขาเพื่อตระเตรียมสำหรับการรบที่รออยู่ด้านหน้า และก็มันเป็นการทำศึกกับยักษ์และก็สิบเผ่าแล้วก็เผ่าอื่นๆอีกหลายร้อยต่อสู้เพื่อพวก Wildlings เทียบกับเพศชายแปลกๆกว่าร้อยคนภายใน Night’s Watch ผู้อำนวยการนีลมาร์แชลกางล็กวอเตอร์กลับสู่เวทีตลอดที่สุดยอดรวมทั้งช็อตสม่ำเสมอที่ชูกล้องถ่ายรูปจากพื้นดินขึ้นไปข้างบนของกำแพงรวมทั้งฉากที่หมุนได้ 360 องศาเพื่อแสดงความไร้มนุษยธรรมของการจู่โจมวังกางล็ก จุดสำคัญของเดี๋ยวนี้แล้วก็สิ่งที่ตามมาก็คือมันช่วยทำให้กำแพงฉกชื่อของเรื่องราวที่น่าดึงดูดที่สุดในเจ็ดกลุ่มจาก King’s Landing เมื่อถึงเวลาที่ฤดูจะสิ้นสุดลง

Read More

Game of Thrones Season 3 มหาศึกชิงบัลลังก์ ปี 3

Game of Thrones Season 3 มหาศึกชิงบัลลังก์ ปี 3 “ร็อบตาย” โอ้โห ฆ่ากันเลยเถิด!!!! ท่านร็อบจะมาตายอะไร!!!! ยังไม่มีวี่แววว่าจะตายเลย เพราะอะไร เพราะเหตุว่าทาลิซาเป็นไส้ศึก หรือ ตายในสนามรบ มันจะตายอย่างไรฟะ!!! ดูไปแบบใจเสีย … ซีซันนี้ ร้องไห้เยอะมาก แทบตลอดทั้งฤดูกาล ทั้งยังในขณะที่ เลดี้แคทเล่าเรื่องทำของขลังมา 2 ครั้งในชีวิต เราร้องไห้มากไม่น้อยเลยทีเดียวจริงๆบางทีอาจเพราะพวกเราดู 3 วัน 3 ฤดูกาล เรื่องราวเลยยัดเยียดเข้าไปประเดมากๆ ตอนเลดี้แคทเล่า เรายังจำภาพในระหว่างที่เลดี้ แคทไล่จอนออกมาจากห้อง ในระหว่างที่จอนไปกล่าวลากางรนท์ได้อยู่เลย พวกเราไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าร็อบจะตายตอนไหน หรือตายยังไง พวกเรามีความรู้สึกว่าอาจจะตายขณะที่ 10 … แต่ว่าร็อบดันมาตายตอนที่ 9 ขณะที่ไปสังสรรค์งานแต่ง เวลาที่อาร์ย่าจะได้เจอครอบครัว ตอน 9 ทำพวกเราเอาช้อคแบบว่า ร้องไห้จนถึงน้ำมูกไหลเลย ใบหน้าเหยแกเลย รุนแรงจริงๆมองตอน 9 จบยังช้อค จำต้องนั่งทำใจแปปนึง […]

Read More